“พวกเธอสองคนคุยอะไรกันอยู่ ถึงได้ดูมีความสุขขนาดนั้น!”
พอได้ยินหัวหน้ากองผลิตถาม ทั้งสองก็รีบเล่าเรื่องที่จับกระต่ายได้ให้ฟังทันที
หัวหน้ากองผลิตได้ยินแล้วก็เดินเข้ามาดู ก่อนจะหัวเราะหยอกล้อ
“ลูกสาวฉันนี่มีโชคจริง ๆ ไปที่ไหนก็ไม่ขาดเนื้อกิน”
เขาหิ้วกระต่ายสีเทาตัวหนึ่งขึ้นมา ชั่งน้ำหนักด้วยมือ
“อืม ไม่เลว”
“อย่างน้อยก็สัก 11-12 ชั่งได้”
จากนั้นก็หิ้วกระต่ายอีกตัวขึ้นมา กระต่ายขาวหนักน้อยกว่าตัวสีเทานิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมาก
“ดีเลย เดี๋ยวถลกหนังเอาไปทำที่ปิดหูขนกระต่ายให้ลูกสาวสองอัน แล้วก็ทำถุงมือหนังอีกสองคู่”
สองสามีภรรยาคู่นี้พูดจาเหมือนกันไม่มีผิด
กระต่ายยังมีชีวิตกระโดดโลดเต้นอยู่แท้ ๆ แต่เรื่องหลังจากมันตายกลับถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว
จางอ้ายฮวาจัดการเรื่องวิธีทำเนื้อกระต่าย ส่วนหัวหน้ากองผลิตก็จัดการเรื่องหนังของมัน
หลินเจียวเจียวมีหน้าที่แค่ยิ้มแห้ง ๆ ในฐานะคนที่ได้ประโยชน์ เธอแทบไม่มีโอกาสปฏิเสธเลย
แต่สุดท้ายหลินเจียวเจียวก็เกลี้ยกล่อมพวกเขาได้ ให้เก็บเนื้อกระต่ายไว้กินตอนเย็น
เพราะพี่ใหญ่ พี่รอง และพี่สามไม่กลับมาตอนเที่ยง พวกเขาก็จะอดกินเนื้อกระต่ายอร่อย ๆ แบบนี้
ตอนเย็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า แล้วค่อยเรียกอารองกับอาสะใภ้มาด้วย จะได้ลองชิมเนื้อกระต่ายด้วยกัน
อย่างไรเสีย คราวก่อนบ้านอารองได้เนื้อหมูป่ามา ก็ยังไม่ลืมแบ่งให้พวกเขา
พอได้ยินหลินเจียวเจียวตัดสินใจแบบนั้น คราวนี้จางอ้ายฮวาก็ไม่ได้คัดค้าน
