หลังจากครอบครัวหัวหน้ากองผลิตไล่ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยจนครบแล้ว พวกเขาก็กลับบ้าน
จางอ้ายฮวาจับมือหลินเจียวเจียว น้ำตาไหลพรากไม่หยุด
“เป็นความผิดของแม่เอง ถ้าแม่ไม่สะเพร่า ลูกก็คงไม่พลัดหลงอยู่บนเขา”
“ทั้งที่ตอนลูกยังเด็กก็เคยหายไปแบบนี้แท้ ๆ ทำไมแม่ถึงยังไม่รู้จักจำอีกนะ”
ความเจ็บปวดของจางอ้ายฮวาเห็นได้ชัด หลินเจียวเจียวเองก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง
เรื่องนี้จะโทษจางอ้ายฮวาทั้งหมดก็ไม่ได้ เป็นเพราะเธอไว้ใจคนในหมู่บ้านมากเกินไป
เธอคิดมาตลอดว่ากองพลชิงซานไม่มีคนเลว แม้แม่ลูกเสี่ยวลี่จะดูแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยคิดไปในทางร้าย
ใครจะไปรู้ว่าพวกนั้นจะเป็นหนูเน่าสองตัวที่ทำให้ข้าวทั้งหม้อเสีย
“แม่ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของแม่หรอกค่ะ”
“หนูก็ไม่ได้เดินหลงไปเองด้วย”
จากนั้นหลินเจียวเจียวก็เล่าเรื่องที่พบเจอบนเขาให้คนในบ้านฟัง
เธอเล่าพฤติกรรมแปลก ๆ ของเสี่ยวลี่ รวมถึงเรื่องนักเลงที่โผล่มาตอนท้ายอย่างละเอียดทุกอย่าง
“ตอนนั้นหนูตกใจจนวิ่งสะเปะสะปะ ไม่คิดว่าจะวิ่งผิดทาง สุดท้ายเลยเข้าไปในป่าลึก”
“ถ้าไม่ได้เจอทหารสองคนนั้น ป่านนี้หนูคงยังเดินวนอยู่ในป่าลึกแน่ ๆ!”
ระหว่างเล่า หลินเจียวเจียวก็ยังรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ
ถึงจะมีมิติอยู่กับตัว แต่ต้องอยู่คนเดียวในเขารกร้างแบบนั้นก็ยังกลัวอยู่ดี
“ลูกบอกว่าเจอทหารหรือ?”
“แล้วพวกเขาอยู่ไหนล่ะ?”
หัวหน้ากองผลิตถามถึงทั้งสองคน
“พอพวกเขาส่งหนูมาถึงแถวที่ชาวบ้านอยู่ ก็กลับไปแล้วค่ะ”
