เย่หลานไม่มีทีท่าว่าจะส่งตัวเธอออกไปเลย
สายตาเย็นเยียบของเขาเลื่อนกลับจากมือทั้งสองข้างที่มู่หลินยื่นออกมา ก่อนจะเอ่ยอย่างเนิบช้า
“เธอบาดเจ็บ กลับไปก่อน”
มู่หลินเข้าใจไปเองว่ามู่โจวบาดเจ็บค่อนข้างหนัก คล้ายกระดูกหักจนขยับเปลี่ยนท่าได้ไม่สะดวก สีหน้าจึงเคร่งขรึมขึ้นทันที รีบเดินนำไปเปิดทาง
“ท่านประมุข รถอยู่ข้างหน้าแล้วครับ”
มู่โจวยังอยู่ในอ้อมแขนของเย่หลาน ซ้ำแขนทั้งสองข้างยังพาดอยู่บนต้นคอเขา ตอนนี้จะดึงมือกลับก็ไม่ใช่ จะปล่อยค้างไว้อย่างนี้ก็ไม่เชิง
ช่างน่าอึดอัดเหลือเกิน
เธอจึงทำได้แค่หลับตาแกล้งตาย
เย่หลานก้มมองขนตาที่สั่นระริกของเธอ รวมถึงหยาดน้ำตาบนแก้มที่ยังเช็ดไม่ทัน
ดูเป็นคนเอาแต่ใจไม่น้อย ไม่นึกเลยว่าจะทำตัวเหมือนนกกระจอกเทศ พยายามกลบเกลื่อนสถานการณ์ให้ผ่านไปด้วย
เย่หลานวางเธอลงบนรถอย่างไม่เร่งร้อน ก่อนจะนั่งตัวตรงเรียบร้อยอยู่ข้าง ๆ
ชายหนุ่มที่ดูขรึมขลัง สำรวม และเคร่งครัดจนแทบมีกลิ่นอายของกฎระเบียบติดตัว ทว่าในเวลานี้กลับกำลังเพลิดเพลินกับท่าทางเก้อเขินและทำอะไรไม่ถูกของเธอ
แม้จะหลับตาอยู่ มู่โจวก็ยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันตรายราวกับถูกจับจ้อง
คราวนี้ยิ่งไม่กล้าลืมตาเข้าไปใหญ่
มู่หลินไม่ทันสังเกตเห็นคลื่นอารมณ์เงียบงันระหว่างทั้งสอง เขาเห็นแต่มู่โจวหลับตาอยู่ตลอด จึงคิดว่าเธอทรมานจนทนไม่ไหว ใจพลอยว้าวุ่น ได้แต่ขับรถให้เร็วขึ้นอีก
เมื่อรู้สึกว่ารถหยุดแล้ว มู่โจวกำลังลังเลว่าจะลืมตาดีหรือไม่ จู่ ๆ มือข้างหนึ่งก็ทาบลงบนเอวเธอ ก่อนจะกระชับเข้าหา