เสียงนี้โดดเด่นขึ้นมาเป็นพิเศษในยามนี้ ทุกคนในงานต่างหันไปมองผู้เอ่ยถาม
ไม่ผิดจากที่คาด ผู้พูดคือจางเหิง ซื่อจื่อแห่งจวนอ๋องเยียน
ผู้คนรอบข้างมองเขาด้วยท่าทีเหมือนกำลังรอดูเรื่องสนุก
บ้างก็เคลือบแคลง บ้างก็ดูแคลน แต่ส่วนใหญ่ล้วนเหยียดหยาม
「เขาถึงกับเรียกชื่อเล่นของคุณหนูหลินตรง ๆ ช่างเป็นคนเช่นใดกัน」
「ได้รับความโปรดปรานจากคุณหนูหลินจนได้จิบน้ำชาที่นางรินให้ ยังไม่พออีกหรือ」
「หึ เป็นคนไร้ความรู้จริงเสียด้วย เปิดปากมาก็พูดแต่เรื่องรางวัล」
「ทุกคนต่างคิดแลกเปลี่ยนความรู้ มีแต่เขาที่เห็นแก่เงินทองถึงเพียงนี้」
「ช่างเป็นคนสามัญนัก ข้าไม่อยากข้องเกี่ยวกับเขา」
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรอบข้างดังขึ้นอีกครั้ง พวกเขาคิดว่าเพียงมีโอกาสได้ดื่มชาสักถ้วยที่หลินซืออวิ้นรินให้ ก็ถือเป็นเกียรติยิ่งใหญ่แล้ว
โอกาสได้ใกล้ชิดเทพธิดาเช่นนี้นับเป็นรางวัลสูงสุด
แต่ซื่อจื่อผู้นี้กลับไม่รู้จักพอ ยังเรียกร้องมากกว่านั้นอย่างตรงไปตรงมา ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก
ในมุมมองของจางเหิง การดื่มชาจะนับเป็นรางวัลได้อย่างไร นั่นก็แค่การวาดวิมานในอากาศ ไม่มีค่าอะไรสักนิด
ยามนี้สาวใช้ไม่กล้าพูดแล้ว ฐานะของนางกับอีกฝ่ายห่างชั้นกันเกินไป หลินซืออวิ้นลุกขึ้นจากที่นั่ง เอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า「ซื่อจื่อไม่ทราบว่าท่านต้องการสิ่งใดเป็นรางวัลหรือ」
จางเหิงกวาดตามองใบหน้าของหลินซืออวิ้น ก่อนจะหันไปมองบัณฑิตที่รายล้อมอยู่รอบด้านและกำลังรอดูเรื่องสนุก
「รางวัลหรือ ซื่อจื่อผู้นี้มิได้โลภมากนัก」
「หากบทกวีของซื่อจื่อผู้นี้ได้รับการตัดสินให้เป็นอันดับหนึ่ง เช่นนั้นก็ขอให้คุณหนูหลินยินยอมเป็นชายาของซื่อจื่อผู้นี้ และต้องนำหนังสือสมรสมาส่งให้ถึงจวนอ๋องเยียนด้วยตนเอง」
การถูกตระกูลหลินปฏิเสธการสู่ขอถือเป็นความอัปยศใหญ่หลวงของจวนอ๋องเยียน
