หลายวันต่อมา จางเหิงไม่ออกจากจวนอีก เอาแต่พักอยู่ในจวน ขอเพียงเขาไม่ออกไป จวนอ๋องเยียนก็ปลอดภัยยิ่งกว่าพระราชวังเสียอีก รอให้การสอบหน้าพระที่นั่งเสร็จสิ้นแล้วค่อยจัดการปัญหานี้
จางเหิงลอบถามเชินหว่านหว่านเรื่องวัสดุของฉลองพระองค์มังกร แล้วพบว่ายังมีพ่อค้าหลวงอีกหลายรายที่จัดหาวัสดุชนิดเดียวกันได้ เบาะแสเรื่องผ้าสีเหลืองจึงขาดหายอีกครั้ง
ช่วงนี้โจวปินอยู่ที่สนามสอบมาโดยตลอด สายลับรายงานว่าคนจากจวนองค์ชายรัชทายาทติดต่อกับเขาอยู่เสมอ แต่ยังไม่พบสิ่งใดเป็นพิเศษ
นอกเหนือจากเรื่องเหล่านี้ จางเหิงก็เอาแต่หาเงินและเขียนหนังสือต่อไป
น้ำหอมเริ่มผลิตเป็นจำนวนมากแล้ว
ทั้งสองต่างใช้เส้นสายช่วยกันเผยแพร่น้ำหอม จางเหิงถึงกับแต่งบทกวีขึ้นมาบทหนึ่งเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์
《เมามายในเงาบุปผา》!
หมอกบางเมฆหนาทำให้วันยาวนานชวนหม่นหมอง กำยานหอมในกระถางทองค่อย ๆ มอดไหม้
เทศกาลดีเวียนมาถึงอีกครา เป็นวันฉงหยาง หมอนหยก มุ้งแพร ยามดึกความเย็นแทรกซึมเข้ามา
ยืนร่ำสุราที่รั้วตะวันออกหลังพลบค่ำ กลิ่นหอมกรุ่นลอยอบอวลเต็มแขนเสื้อ
อย่ากล่าวว่ามิได้เศร้าสร้อย เมื่อม่านม้วนขึ้นเพราะลมตะวันตก ผู้คนซูบผอมยิ่งกว่าดอกเบญจมาศเหลือง
......
เมื่อเห็นวรรค ‘ผู้คนซูบผอมยิ่งกว่าดอกเบญจมาศเหลือง’ เชินหว่านหว่านก็รู้สึกว่าบทกวีของจางเหิงช่างอ่อนช้อยราวกับสตรี น้ำเสียงและแววตาที่มองเขาจึงแปลกไปบ้าง ยังดีที่จางเหิงอธิบายว่าแต่งขึ้นเพื่อน้ำหอมโดยเฉพาะ
บทกวีนี้แพร่สะพัดไปในหมู่สตรีอย่างรวดเร็ว ยอดขายรวมบทกวีของจางเหิงจึงเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ด้วยชื่อเสียงของจางเหิงในยามนี้ ทุกผลงานของเขาล้วนได้รับความนิยม บัณฑิตที่อยากมาจวนอ๋องเยียนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประลองเชิงกวีในวันปกติมีมากมายนับไม่ถ้วน
ต่อมาไม่รู้ว่าเชินหว่านหว่านเกลี้ยกล่อมหลินซืออวิ้นอย่างไร อีกฝ่ายจึงช่วยนางติดต่อสตรีผู้มีความสามารถและฮูหยินตระกูลขุนนางหลายคน ร่วมกันจัดงานแนะนำน้ำหอมขึ้น
ด้วยฐานะว่าที่พระชายาซื่อจื่อแห่งเยียน เชินหว่านหว่านจึงมีสถานะสูงขึ้นเรื่อย ๆ นางใช้ประโยชน์จากฐานะของตนได้คล่องแคล่วขึ้นทุกที
