แหวนเทพเกมทะลุมิติ

บทที่ 5 รางวัลห่วยอะไรเนี่ย

6 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“เกม? เกมอะไร?” ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านจ้องอู๋ฟานอย่างงุนงง

อู๋ฟานมองผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า คนตรงหน้าก็เป็นแค่ตัวละครใน “ระบบ” ไม่ใช่ตาแก่คนนั้นอีกต่อไป เขาจะมาพูดเรื่องพวกนี้ให้มันเสียเวลาทำไม

“ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ ไม่มีอาวุธเทพ ไม่มีสัตว์เทพ แล้วมีอะไรบ้าง?” อู๋ฟานถาม

“ไม่มีอะไรเลย” ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านส่ายหัวตอบ

“ไม่มีอะไรเลย?!” อู๋ฟานกระโดดตัวลอย “ฉันทำภารกิจที่ท่านให้เสร็จ แต่ท่านกลับไม่มีรางวัลอะไรให้เลย ท่านคงไม่ได้คิดจะยักยอกรางวัลเอาไว้เองใช่ไหม?”

สัมผัสได้ถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงของอู๋ฟาน ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านจึงทำท่าเหมือนถูกยั่วยุ “ไม่มีก็คือไม่มี ข้าจะยักยอกไปเพื่ออะไร? เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนแบบนั้นหรือ?”

อู๋ฟานพิจารณาผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านอย่างถี่ถ้วน ลูบคางพลางว่า “ฉันว่าท่านก็เหมือน”

คำพูดของอู๋ฟานทำเอาผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาตัวสั่น ล้วงหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากอกแล้วขว้างใส่อู๋ฟาน “เอาไปซะ แล้วรีบไปให้พ้น”

“ท่านคิดจะยักยอกรางวัลจริง ๆ ด้วย! หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านนี่มันแย่จริง ๆ เลย” อู๋ฟานรับหนังสือเย็บเล่มนั้นไว้แล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง

“ไปให้พ้น! ไปเร็ว ๆ!” ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านถูกอู๋ฟานยั่วจนหัวเสีย แทบจะหายใจไม่ทัน

“ได้เลย” ได้รางวัลมาแล้ว แม้จะไม่ใช่อาวุธเทพหรือสัตว์เทพ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย อู๋ฟานไม่ยื้ออะไรต่อ รับหนังสือแล้วก็จากไป

ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านมองตามแผ่นหลังของอู๋ฟานที่กำลังจะหายลับไป ยังไม่หายขุ่นเคืองนัก พูดกับตัวเองว่า “เฮ้อ ถูกไอ้หนูนั่นยั่วหน่อยเดียวก็ดันเอาสมบัติประจำตระกูลที่สืบทอดกันมาส่งให้มือมันไปได้ ช่างเถอะ ถือว่ามอบให้เป็นของขวัญต้อนรับก็แล้วกัน”

อีกฝั่งหนึ่ง อู๋ฟานเองก็เปิดหนังสือเล่มนั้นอย่างเต็มไปด้วยความคาดหวัง อยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

เมื่ออู๋ฟานเปิดหนังสือ มันก็กลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งเข้าสู่ร่างของเขา จากนั้นก็มีเสียงกึ่งจักรกลอันเย็นชาดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง

“ขอแสดงความยินดี ท่านได้เรียนรู้วิชาตรวจสอบ”

อู๋ฟานเปิดหน้าต่างข้อมูลค่าสถานะของตัวเองออกมา ก็พบว่าที่หน้าต่างข้อมูลตัวละครมีรายการสกิลเพิ่มเข้ามา และตอนนี้ ในรายการนี้ก็มีแค่วิชาตรวจสอบเพียงอย่างเดียว

วิชาตรวจสอบ: ใช้กับเป้าหมายเพื่อรับข้อมูลของเป้าหมาย ระดับความละเอียดของข้อมูลที่ได้รับสัมพันธ์กับความต่างของระดับพลังของทั้งสองฝ่าย

“วิชาตรวจสอบ? ก็ดูดีเหมือนกันนะ” หลังจากดูคำอธิบายของวิชาตรวจสอบ อู๋ฟานก็รู้สึกพอใช้ได้ ถึงจะเทียบกับอาวุธเทพหรือสัตว์เทพไม่ได้ แต่วิชาตรวจสอบนี้ก็ค่อนข้างใช้งานได้จริง ดังคำที่ว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ต่อไปนี้ก็จะได้ล่วงรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายก่อนเป็นคนแรก และยังจะได้ลงมือได้อย่างตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย

“ไม่รู้ว่าที่ผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านนั่นยังมีของดีอะไรอีกหรือเปล่า ถ้ามีโอกาสก็ต้องไปรีดไถเขาอีกสักหน่อยแล้ว” อู๋ฟานคิดหาวิธีงอกเงยสมบัติเพิ่มจากผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้าน ฝ่ายผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านเองกลับจามขึ้นมา ในใจรู้สึกหวั่น ๆ อย่างบอกไม่ถูก

“กุ๊ก ๆ ๆ”

ตอนที่อู๋ฟานกำลังจะเดินเที่ยวชม “หมู่บ้านมือใหม่” นี้ ไม่ไกลจากตรงหน้ากลับปรากฏไก่ขึ้นมาหลายตัว อู๋ฟานเกือบจะคิดว่ามันเป็นสัตว์อสูรป่าแล้วเตรียมเข้าโจมตี แต่กลับเห็นหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังพยายามจับไก่พวกนั้นอย่างไม่ลดละ

อู๋ฟานร่ายวิชาตรวจสอบใส่ไก่พวกนั้น ข้อมูลชุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

“ไก่ตัวผู้: อายุสองปี เลี้ยงโดยป้าหวาง รูปร่างอ้วนท้วน เนื้อนุ่มชุ่มอร่อย”

อู๋ฟานรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างมาก โชคดีที่ไม่ทันได้ลงมือ ฝูงไก่นี้ไม่ใช่สัตว์อสูรป่าอย่างชัดเจน ถ้าเขาฆ่ามันเข้า เจ้าของมันคงต้องหาเรื่องให้ใช้ค่าเสียหายแน่

“พ่อหนุ่ม ช่วยหน่อย ช่วยข้าจับพวกมันที” ตอนนั้นเอง หญิงวัยกลางคนผู้นั้นก็เอ่ยปากกับอู๋ฟาน

“ฉันเหรอครับ?” อู๋ฟานชี้ที่ตัวเอง “ได้ครับ”

ยังไงก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แถมอู๋ฟานยังตระหนักได้ว่าที่นี่คือโลกของเกม ดังนั้น การที่ชาวเมืองดั้งเดิมพวกนี้ขอให้เขาช่วย ก็คือ “ภารกิจ” นั่นเอง เมื่อทำสำเร็จก็ย่อมมีรางวัล เขาจึงไม่มีทางปฏิเสธ

ทว่า อู๋ฟานคิดว่าภารกิจจับไก่นี้คงง่ายแสนง่าย แต่ความจริงแล้ว กลับใช้เวลามากกว่าการต่อสู้กับสัตว์อสูรก่อนหน้านี้เสียอีก เป็นเพราะไก่พวกนี้มันเจ้าเล่ห์จริง ๆ พอเห็นคนเข้าใกล้ก็วิ่งหนี อู๋ฟานกับหญิงผู้นั้น ซึ่งก็คือป้าหวาง ต้องง่วนอยู่เป็นชั่วโมงกว่าจะจับไก่พวกนั้นได้หมด

“ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม” ป้าหวางเอ่ยกับอู๋ฟานด้วยความซาบซึ้ง

“ไม่ต้องเกรงใจครับ” ปากของอู๋ฟานพูดอย่างเกรงใจ แต่ตากลับจ้องป้าหวางเขม็ง เห็นได้ชัดว่ากำลังรอของรางวัลงวดต่อไปจากป้าหวาง

“พ่อหนุ่มเหนื่อยซะตั้งนาน ถ้าไม่แสดงน้ำใจตอบแทนหน่อย ป้าก็จะรู้สึกคาใจไม่หาย เจ้าคอยที่นี่ก่อนนะ” ป้าหวางพูดจบก็หันหลังกลับเข้าไปในบ้านของนาง

มาแล้ว มาแล้ว รางวัลกำลังมาแล้ว!

จะเป็นอาวุธเทพหรือสัตว์เทพ หรือจะเป็นสกิลเทพ ๆ กันนะ?

ในใจของอู๋ฟานเต็มไปด้วยความคาดหวัง

ป้าหวางไม่ปล่อยให้อู๋ฟานรอนาน ไม่นานนักก็ออกมาจากบ้าน พร้อมถือชามใบใหญ่ในมือ

“พ่อหนุ่ม นี่คือเนื้อไก่ที่ป้าตุ๋นไว้ก่อนหน้านี้ เจ้าเอาไปลองชิมดู” ป้าหวางยื่นชามในมือส่งมาตรงหน้าอู๋ฟาน

อู๋ฟานอึ้งไป นี่มันเรื่องอะไร รางวัลของฉันล่ะ? อาวุธเทพของฉันล่ะ? ไม่ให้อาวุธเทพ เอาของสวมใส่เป็นชิ้นเป็นอันไหนมาให้ก็ยังดี ยังจะดีกว่าไอ้ท่อนไม้ห่วย ๆ ในมืออีกนะ ให้นี่มาแค่ชามเนื้อไก่นี่มันอะไรกัน? รางวัลอะไรแบบนี้?

“ทำไม รังเกียจฝีมือป้ารึ?” เห็นอู๋ฟานไม่ยอมรับไปเสียที สีหน้าป้าหวางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ดูไม่พอใจขึ้นมา

“เปล่านะครับ เปล่า” อู๋ฟานรีบร้อนพูด “เนื้อไก่นี่เอาไว้ก่อนก็ได้ครับ ผมก็แค่ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง”

“อย่างนั้นได้ยังไง นี่มันน้ำใจของป้านะ ถ้าเจ้าไม่เอา ก็แสดงว่าดูถูกป้า” สีหน้าไม่พอใจของป้าหวางดูเหมือนจะเด่นชัดขึ้นอีกหลายส่วน

เห็นท่าไม่ดี อู๋ฟานจึงจำต้องรับไว้ แล้วเค้นรอยยิ้มออกมาว่า “ถ้างั้นก็ขอบคุณมากครับ”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก” เห็นอู๋ฟานรับไว้ สีหน้าของป้าหวางก็กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง “ถ้ากินแล้วรู้สึกว่าอร่อย หลังจากนี้ก็มาหาป้าได้บ่อย ๆ นะ”

“ครับผม” อู๋ฟานรับคำ

ป้าหวางกลับเข้าไปด้วยความพอใจ อู๋ฟานยืนนิ่งอยู่กับที่ครู่หนึ่ง เห็นว่าป้าหวางไม่มีทีท่าจะออกมาอีก จึงมั่นใจได้ว่า เนื้อไก่ในมือนี้ก็คือรางวัลที่ได้จากการช่วยป้าหวางจับไก่เมื่อครู่จริง

“หรือว่าเนื้อไก่นี้จะพิเศษหน่อย กินแล้วเพิ่มค่าสถานะได้?” ในใจอู๋ฟานคาดเดา

ว่าแล้วอู๋ฟานก็คีบเนื้อไก่ชิ้นหนึ่งใส่ปากด้วยความคาดหวัง

หอม! หอมจริง ๆ!

ทันทีที่เนื้อไก่เข้าปาก อู๋ฟานก็รู้สึกถึงกลิ่นหอมกรุ่นที่อบอวลไปทั่วช่องปาก กระตุ้นต่อมรับรสของเขา ทำให้อู๋ฟานต้องหลับตาพริ้มแล้วค่อย ๆ ลิ้มรสอย่างละเมียดละไม

“เนื้อไก่นี่มันอร่อยเกินไปแล้วนะ” เมื่อเนื้อไก่ทั้งชิ้นลงท้อง อู๋ฟานจึงลืมตาขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

ก่อนหน้านี้อู๋ฟานไม่ใช่ว่าไม่เคยกินเนื้อไก่มาก่อน ทว่าวันนี้เขาถึงได้เพิ่งค้นพบว่า รสชาติของเนื้อไก่ที่เคยกินมาในอดีตนั้น ช่างห่วยแตกเสียจริง เมื่อเทียบกับเนื้อไก่ที่เพิ่งกินเข้าไปแล้ว ต่างกันราวฟ้ากับเหว อู๋ฟานกล้าสาบานเลยว่า เนื้อไก่ที่เพิ่งกินเข้าไปเมื่อครู่นี้ เป็นเนื้อไก่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมาในชีวิต

มองดูเนื้อไก่ในชามที่ยังเหลืออยู่ อู๋ฟานตาลุกวาว ไม่สนใจภาพลักษณ์อีกต่อไป ยัดเข้าไปคำใหญ่คำโตอย่างเอร็ดอร่อย

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com