“ที่รัก…ช่วยฉันด้วย!”
เซิ่งหน่วนส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าสมเพชพุ่งเข้าหาตัวฉินเนี่ย เกือบจะในเวลาเดียวกัน มือหนึ่งก็ดึงเธอเข้าไปในอ้อมอกอุ่นร้อน
ฉินเนี่ยดึงคนมาเอาไว้กับตัวก่อนจะรู้ตัวว่าเมื่อครู่เธอตะโกนว่าอะไรนักหนา เขาหยุดคิดไปวินาทีหนึ่ง คิ้วขมวดเต็มหน้าไปด้วยความขนลุก “แกตะโกนเละเทะอะไรของแก?”
มือหนึ่งโอบรั้งเซิ่งหน่วนเอาไว้ อีกมือพลิ้วขึ้นจับกรงเล็บที่พุ่งเข้าใส่เซิ่งหน่วนของ
นักแสดงชุดแดง
นักแสดงชุดแดงกำลังยิ้มเหยเกจะโจมตี ผลกลับพลันตระหนักว่ามือหนึ่งของตัวเองหายไปต่อหน้าต่อตา
มันส่งเสียงกรีดร้องรีบถอยหลบออกไป…
ฉินเนี่ยไม่ไล่ตาม แต่หน้าเข้มดุดันมองเซิ่งหน่วน
โดยรอบ เหล่าวิญญาณชั่วร้ายที่หนาแน่นราวฝูงแมลงได้ล้อมพวกเขาจนแน่นเหมือนกระสอบน้ำ
เซิ่งหน่วนกวาดสายตามองรอบ ๆ แล้วเทียบกับร่างกายของตัวเอง…เลือดแทบเหลือเพียงเส้นด้ายเดียว
เธอจึงยอมจำนนอย่างรู้จักสถานการณ์ จากนั้นเอื้อมมือไปเกี่ยวคอฉินเนี่ยแววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า “ตอนแรกฉันคิดว่าฉันต้องตายแล้ว กลัวว่าถ้าไม่พูดความในใจออกไปตอนนี้จะไม่มีโอกาสได้พูดอีก”
ฉินเนี่ยมือหนึ่งกุมเธอไว้ข้างกาย อีกมือพลิ้วหลังไปบิดหัววิญญาณชั่วร้ายหนึ่งตนขาดจากลำตัว เขาหน้าเย็นเยียบ “แกเป็นบ้าอะไรอีก?”
ในใจเซิ่งหน่วนแทบสาปส่งสุนัขร้ายตัวนี้ตายทั้งเป็น แต่หน้ากลับเต็มไปด้วยความอายและความหลงใหลลึกล้ำ สองมือยิ่งโอบรัดคอฉินเนี่ยแน่น ไม่ยอมให้เขามีโอกาสโยนเธอลงไปเลยแม้แต่นิด
“ที่รัก สิบปีบำเพ็ญได้ร่วมเรือลำเดียวกัน ร้อยปีบำเพ็ญได้ร่วมหมอนหนุน เราเป็นคู่สามีภรรยาเพียงหนึ่งวันแต่มีบุญคุณกันร้อยวัน วันนี้ถ้าได้ตายพร้อมกันที่นี่ก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว”