สีหน้าของเฉินเยี่ยนไม่เปลี่ยน แต่ในใจกลับสะดุ้งวูบ
หรือว่า…
ฮั่วขุยมองอะไรออกแล้ว?
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ร้านทำผม เฉินเยี่ยนเคยให้หลินเพ่ยหย่าช่วยเฝ้าตอนกลางคืนแทนเขา
เขารู้ด้วยว่าตอนนั้นฮั่วขุยไม่ได้หลับจริง ๆ แต่กำลัง “สังเกต” ความเปลี่ยนแปลงรอบตัวอยู่
เฉินเยี่ยนบอกหลินเพ่ยหย่าว่าตัวเองอาจละเมอเดิน
หลินเพ่ยหย่าอาจจะเชื่อ
แล้วฮั่วขุยล่ะ…
มีโอกาสเชื่อด้วยไหม?
“ไม่เป็นไรหรอก มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ต่อให้นายละเมอไปคว้าของใครมาสองที ก็ไม่มีใครให้นายรับผิดชอบหรอก”
ฮั่วขุยหัวเราะ พลางตบไหล่เฉินเยี่ยนอีกสองที
เฉินเยี่ยนยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังหยั่งเชิงเขาอยู่หรือเปล่า
“กลางวันนอนเยอะไปหน่อย เลยไม่ง่วง”
เฉินเยี่ยนหันไปหาเว่ยจิ้น “พี่ครับ ผมขอติดค่าเหล้าไว้ก่อนได้ไหม?”
“เพิ่งรู้จักกันวันแรกก็จะติดเงินแล้วเหรอ?”
เว่ยจิ้นเขย่าแก้วผสมเหล้าแล้วถามเสียงเรียบ
เฉินเยี่ยนฝืนยิ้มอย่างเก้อเขิน “ผมไม่มีเงินจริง ๆ แต่อยากลองชิมดู”
“ได้ ฉันเลี้ยงแก้วหนึ่ง”
คราวนี้เว่ยจิ้นใจป้ำไม่น้อย
ทางด้านเหลียงเชาอยากหน้าด้านถามเว่ยจิ้นเหมือนกันว่าจะเลี้ยงเขาฟรีได้ไหม…
“รู้จักอายบ้าง หุบปากไปเลย”
ยังไม่ทันอ้าปาก เว่ยจิ้นก็ตอบเขาไปตรง ๆ แล้ว
ไม่นานค็อกเทลฟรีของเฉินเยี่ยนก็เสร็จ
พูดตามตรง รสชาติไม่อร่อยเลย
เฉินเยี่ยนเพิ่งเคยดื่มเหล้าเป็นครั้งแรก
แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินคนพูดว่าเหล้าอร่อยแค่ไหน
มีคนมากมายยอมอดข้าว ยังหาทางหาเหล้ามาดื่มให้ได้
