“เพ่ยหย่าของแม่! ลำบากมามากเลยสินะ!”
ภายในวิลล่า คุณนายหลินจับแขนหลินเพ่ยหย่าไว้ทั้งสองข้าง น้ำตาไหลอาบแก้ม
ดวงตาของหลินเพ่ยหย่าเองก็แดงก่ำ
ในห้องยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ยังจัดวางเหมือนเช่นเคย
แม้จะถูกลักพาตัวไปเพียงสามวัน แต่พอกลับมายังบ้านที่คุ้นเคยที่สุด กลับทำให้เธอรู้สึกแปลกแยกขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้น ผมไม่รบกวนช่วงเวลาพร้อมหน้าของทุกคนแล้วนะครับ”
กัวเฟิ่งข่ายยืนอยู่หน้าวิลล่า เอ่ยเสียงเบา “ผมขอตัวก่อน”
“ขอบคุณคุณกัวมากครับ!”
หลินวั่งซานประสานมือคารวะกัวเฟิ่งข่าย “หากไม่ได้คุณกัวแสดงฝีมืออันเกรียงไกร ผมคง...ต้องสูญเสียลูกสาวที่มีค่าที่สุดไปจริง ๆ”
“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”
กัวเฟิ่งข่ายยิ้ม “หวังว่าท่านนายกเทศมนตรีหลินจะไม่ถือโทษที่ผมยึดอำนาจสั่งการไปชั่วคราวนะครับ”
“พูดอะไรอย่างนั้นครับ? นักสู้สนธยาอยู่ในมือคุณ ถึงจะสร้างประโยชน์ได้มากที่สุด”
หลินวั่งซานกล่าวอย่างจริงใจ “อีกอย่าง นักสู้สนธยาก็ไม่ใช่ทรัพยากรส่วนตัวของผม หากคุณกัวต้องการ ผมพร้อมมอบอำนาจบัญชาการให้ได้ทุกเมื่อ”
“ดีครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอขอบคุณไว้ก่อน”
กัวเฟิ่งข่ายประสานมือคารวะอย่างไม่ถือพิธี ก่อนจะหันไปมองหลินเพ่ยหย่า
เขาพบว่าหลินเพ่ยหย่าก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน
“เพ่ยหย่า พักผ่อนอีกสักสองสามวัน แล้วเจอกันที่โรงเรียนนะ”
เมื่อเห็นหลินเพ่ยหย่าหลบสายตา หลินวั่งซานก็ขมวดคิ้ว “เพ่ยหย่า คุณเฟิ่งข่ายทักทายลูกอยู่นะ!”