ระหว่างทางกลับ แทบไม่มีซอมบี้เลย
มีเพียงศพอยู่เต็มไปหมด
ส่วนใหญ่เป็นฝีมือสูเฮ่าฟันตาย
ระหว่างทางกลับอาคารกีฬา เขาก็แค่ฟันซอมบี้ที่เจอผ่านทางตายไปไม่กี่ตัวเท่านั้น
พอกลับมาถึง
คนในตึกก็กำลังจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ในโถงใหญ่
ตอนนี้ใกล้หกโมงเย็นแล้ว
พระอาทิตย์ตกดิน แสงยามสนธยาสาดทั่วมหาวิทยาลัย โลกทั้งใบมืดสลัว แต่งแต้มด้วยสีส้มจาง ๆ
แต่สายลมหนาวเมื่อครู่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เมื่อทุกคนเห็นสูเฮ่ากับหานเจียงเสวี่ยกลับมา
บางคนก็โล่งใจ บางคนก็สงสัย บางคนยิ้มอย่างมีเลศนัย ในกลุ่มคนหลายสิบคนมีสีหน้าแตกต่างกันนับสิบแบบ ครบทุกประเภท
สูเฮ่าขี้เกียจวิเคราะห์ว่าคนพวกนี้เป็นคนแบบไหนกันบ้าง
อย่างมากเขาก็อยู่ที่นี่อีกไม่กี่วันแล้วไป
ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในโถงใหญ่
เฉินจื้อหวี่ก็รีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา
“พี่! เมื่อกี้พี่เจอลมข้างนอกไหมครับ ลมแรงมาก เสียงหวีดหวิว แถมยังหนาวสุด ๆ พัดเข้ามาในตึกไม่หยุดเลย!”
คนอื่น ๆ ก็พูดกันเซ็งแซ่
“หนาวมาก แต่ตอนนี้เดือนมิถุนายนนะ ทำไมถึงหนาวขนาดนี้”
“ลมหนาวเดือนมิถุนา หรือเดือนกรกฎาจะมีหิมะตกกันนะ”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น วันสิ้นโลกแล้วยังทำให้อุณหภูมิกลายพันธุ์ไปด้วยหรือไง แล้วสภาพภูมิประเทศจะเปลี่ยนตามด้วยไหม”
ทุกคนต่างแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
แต่ส่วนใหญ่ก็แค่คาดเดากันไปเรื่อย
สำหรับสูเฮ่าแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่มีประโยชน์ มีแต่เปลืองอารมณ์
สิ่งที่ควรทำจริง ๆ
คือหาทางรับมือ ไม่ใช่เอาแต่คาดเดา
หากชั้นบรรยากาศเปลี่ยนแปลงจนทั่วโลกหนาวเย็นลง ก็ต้องหาทางกักตุนเชื้อเพลิงกับอาหารให้มากที่สุด และหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม เช่น สิ่งปลูกสร้างใต้ดิน หรือแม้แต่น้ำพุร้อนใต้พิภพ
