เมื่องานเลี้ยงเลิกรา เผยจิ้นก็ดื่มสุราแรงไปหมดแล้วสามกา
ฝีเท้าของเขาโซเซ พยุงไหล่ถูจิ่วซานเดินออกจากโถงใหญ่
“ท่านทูตขนส่งเมาสุราถึงเพียงนี้ ต้องให้คนส่งกลับเรือนหรือไม่?”
เจิ้งหวยอี้ตามมาถึงระเบียง รอยยิ้มซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ
เผยจิ้นเงยหน้า เปลือกตาหรี่ปรือ
“อย่ามายุ่ง... สุราของหานเยว่แรงเอาเรื่องจริง ๆ”
กล่าวจบ ร่างก็เอียงวูบ เกือบชนเสาระเบียง
ถูจิ่วซานรีบประคองเขาไว้ ในปากส่งเสียงครางอู้อี้อยู่หลายครั้ง
ฮั่วชิงอู๋เดินตามมาด้านหลัง ฝีเท้าดูไม่ค่อยมั่นคงนัก
นางถือกาเหล้าไว้ในมือ แก้มแดงระเรื่อ
เจิ้งหวยอี้มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนประสานมือคารวะแล้วถอยออกไป
“ท่านทูตขนส่งพักผ่อนให้ดี ท่านหานยังต้องจัดการกิจการทหาร”
เผยจิ้นไม่ตอบ
เขาถูกถูจิ่วซานลากกลับเรือนตะวันตก ประตูห้องปิดลงทันที
วินาทีต่อมา เผยจิ้นก็ลืมตาขึ้น
แววเมามายสลายไปจากดวงตา เหลือเพียงจิตสังหารสายหนึ่งวูบผ่าน
“คนไปกันหมดแล้วหรือ?”
ฮั่วชิงอู๋วางกาเหล้าลง ลดเสียงกล่าว
“บนหลังคาสามคน ห้องฟืนสี่คน ปากบ่อสองคน ทั้งหมดถอยไปแล้ว”
“เจิ้งหวยอี้ยังไปที่โถงหลังด้วย”
เผยจิ้นลุกขึ้นทันที แล้วมองไปยังบ่อน้ำแห้งนอกเรือนตะวันตก
เขานึกถึงอักษรคำว่า ‘บ่อ’ ที่ทหารเก่ากองทัพฉื่อหลินเขียนไว้ ขณะถูกลากตัวไป
“ใต้บ่อน้ำนั่นต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่!”
......
ในเวลาเดียวกัน
โถงตะวันออกแห่งจวนผู้พิทักษ์เมือง
หานเยว่นั่งเพียงลำพังใต้แสงตะเกียง จอกสุราข้างมือยังไม่ถูกแตะต้อง
เจิ้งหวยอี้เร่งฝีเท้าเข้ามาด้านใน แล้วค้อมกายคารวะ
“ท่านหาน ทูตขนส่งกลับไปพักที่เรือนตะวันตกแล้ว”
หานเยว่เงยหน้ามองเขา
“เจ้าหมอนั่นไม่ใช่คนของหอเป่ยหมิงตั้งแต่แรก”
สีหน้าเจิ้งหวยอี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย “อะไรนะ?”
“ท่านหาน เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้กระมัง”
“เขามีป้ายประทีป ทหารลาดตระเวนตรวจแล้ว ลายตราก็ตรงกัน”
หานเยว่มีสีหน้าเคร่งขรึม “ป้ายประทีปแย่งชิงมาได้ ลายตราก็ปลอมแปลงได้”
“ผู้ส่งสารที่แท้จริงของหอเป่ยหมิงจะมีปราณเย็นเยียบ แต่เขากลับไม่เป็นเช่นนั้น”
“แถมบนร่างยังมีกลิ่นอายสังหารของกองทัพ ทั้งยังมีกลิ่นอายปีศาจที่บอกไม่ถูกอีกด้วย”
