ทุกคนในห้องจับจ้องกระดาษแผ่นนั้น สีหน้าพลันเคร่งขรึมลง
ไม่มีใครคาดคิดว่าในเมืองโยวโจวจะมีสายลับจากเมืองเฉียนโจวแฝงตัวเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้!
“พิราบสื่อสารเพิ่งบินออกจากเมืองโยวโจว คนส่งข่าวต้องยังอยู่ในเมืองแน่!”
หนิงเจียนเสวี่ยยกทวนขึ้น ก่อนหมุนตัวเดินตรงไปยังประตู
“ปิดเมือง ค้นทุกบ้าน!”
เผยจิ้นยื่นมือขวางนางไว้
“ปิดไม่ได้”
หนิงเจียนเสวี่ยชะงักฝีเท้า ก่อนหันกลับมาทันควัน
“คนรุกเข้ามาถึงใต้จมูกเราแล้ว ยังจะไม่ปิดเมืองอีกหรือ?”
“ถ้าปิดเมืองตอนนี้ อีกฝ่ายก็จะรู้ทันทีว่าจดหมายถูกสกัดไว้แล้ว” เผยจิ้นหยิบกระดาษขึ้นมา
“แต่เขารู้แล้วว่าเจ้ากลับมา!”
หนิงเจียนเสวี่ยขมวดคิ้วแน่น “ขืนรอต่อไป เขาจะขายพวกเราให้หานเยว่หมด!”
เผยจิ้นหัวเราะเย็นชา
“หึ เช่นนั้นก็ปล่อยให้เขาขายไป”
สิ้นคำ ทุกคนต่างหันมามองเผยจิ้น
ฮั่วชิงอู๋เข้าใจความคิดของเขาอย่างรวดเร็ว จึงยกมือประคองพิราบสื่อสารขนสีเทาไว้
“เจ้าคิดจะป้อนข่าวปลอมให้หานเยว่หรือ?”
“ใช่”
เผยจิ้นเดินไปยังโต๊ะหนังสือ จรดพู่กันเขียนกระดาษอีกแผ่น
[ศึกหุบเขาลมดำ เผยจิ้นถูกปราณอำมหิตย้อนทำร้าย บาดเจ็บสาหัสและปิดด่านรักษาตัว ครึ่งเดือนนี้ลงจากเตียงไม่ได้]
เซินชิงอีอ่านกระดาษแล้ว ขยับหว่างคิ้วเล็กน้อย
“หานเยว่จะเชื่อหรือ?”
“กระดาษแผ่นเดียว เขาอาจไม่เชื่อ”
เผยจิ้นวางพู่กันลง “เพราะฉะนั้น ต้องให้เขาเห็นสิ่งที่น่าเชื่อกว่านี้อีก”
หนิงเจียนเสวี่ยหยุดอยู่ข้างประตู มือที่กำด้ามทวนค่อย ๆ คลายออก
“เจ้าจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่ออีกแล้วหรือ?”
เผยจิ้นหัวเราะเบา ๆ ก่อนม้วนข่าวปลอมใส่เข้าไปในจดหมายฉบับเดิม
“ถ้าเขาไม่ติดกับ แล้วข้าจะเข้าไปในจวนผู้พิทักษ์เมืองเฉียนโจวได้อย่างไร?”
ฮั่วชิงอู๋ผูกกระดาษทั้งสองแผ่นกลับเข้ากับขาพิราบ แล้วผลักหน้าต่างออก
พิราบสื่อสารขนสีเทากระพือปีกทะยานขึ้น ไม่นานก็หายลับไปในหมอกยามรุ่งสาง
เผยจิ้นหันไปมองเฉินปู้อ๋าย
