ทุกคนพูดคุยกัน แววอิจฉาและเลื่อมใสพลันปรากฏในดวงตา
ในสำนักลั่วเสีย ศิษย์สายนอกที่ต้องการเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายใน จำเป็นต้องสร้างฐานให้สำเร็จก่อนอายุ 30 ปี มิฉะนั้น ต่อให้ทะลวงขั้นได้ในภายหลัง ก็ทำได้เพียงอยู่ในสายนอกเพื่อเป็นเจ้าของยอดเขาแห่งหนึ่ง หรือออกท่องยุทธภพ ทรัพยากรบำเพ็ญเพียรย่อมลดลงอย่างมาก
ซ่งฉางเฟิงฟังบทสนทนาของทุกคน พลางครุ่นคิดบางอย่าง
การสร้างฐานจำเป็นต้องมีสิ่งของสองอย่าง นั่นคือโอสถสร้างฐานกับผลึกสร้างฐาน
เมื่อมีน้ำเต้าหนังเหลืองอยู่ในมือ โอสถสร้างฐานย่อมไม่น่าเป็นปัญหา ส่วนผลึกสร้างฐานนั้นเขาคงต้องออกตามหาเอง สำนักไม่มีทางมอบผลึกสร้างฐานให้ผู้มีรากวิญญาณพิการอย่างเขา
“ศิษย์น้องท่านนี้ สนใจซื้อยันต์บ้างหรือไม่”
เสียงร้องขายดังขึ้น ดึงความคิดของซ่งฉางเฟิงกลับมา เขาเพ่งมองไป เห็นชายร่างผอมคนหนึ่งถือยันต์อยู่ในมือ กำลังยิ้มให้เขา
ซ่งฉางเฟิงเดินเข้าไปถาม “ยันต์นี้ขายอย่างไร”
“ศิษย์น้องเพิ่งก้าวเข้าสู่โลกบำเพ็ญเซียนกระมัง นี่คือยันต์เร่งความเร็ว เมื่อกระตุ้นแล้วจะช่วยให้เหาะหนีไปได้ไกลเจ็ดถึงแปดลี้ในเวลาสั้น ๆ ใช้สำหรับเดินทาง โอสถชักนำปราณระดับต่ำหนึ่งเม็ด แลกได้สามแผ่น”
ราคานี้ซ่งฉางเฟิงพอรับได้ เขาจึงหยิบโอสถระดับต่ำหนึ่งเม็ดออกจากถุงเก็บของ แลกยันต์เร่งความเร็วสามแผ่นทันที
วันนี้ซ่งฉางเฟิงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ไม่น้อย ทั้งยังเปิดหูเปิดตาอีกมาก
ฟ้าเริ่มมืด เขาพาหลี่ซานกลับมายังยอดเขาตานอวิ๋น
ก่อนจากกัน เขาหยิบยันต์เร่งความเร็วแผ่นหนึ่งจากถุงเก็บของมอบให้อีกฝ่าย ถือเป็นการช่วยเหลือสหาย
หลี่ซานเก็บยันต์เร่งความเร็วไว้ด้วยความซาบซึ้งใจ
หลังหลี่ซานจากไป ซ่งฉางเฟิงหยิบธงค่ายกลของค่ายกลบังตะวันออกจากถุงเก็บของ แล้วโยนไปยังทิศต่าง ๆ
ชั่วพริบตาต่อมา ม่านแสงสายหนึ่งพลันก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าโดยรอบ โอบล้อมห้องหลอมโอสถไว้ทั้งหมด เมื่อมองจากด้านนอก ที่นี่กลับดูว่างเปล่าไร้สิ่งใด มีเพียงลานโล่งแห่งหนึ่ง
