เจียงหว่านถังหยิบเงินออกมา รอจนลู่เฉินโจวเข้ามาในห้องแล้วก็วางลงบนโต๊ะทันที
“คุณเก็บเงินนี่ไว้เองเถอะ”
ลู่เฉินโจวมองแวบหนึ่ง “ไม่ได้บอกแล้วหรือว่าให้คุณเก็บไว้”
“เงินตั้งเยอะ จะให้ฉันเก็บไว้ทำไม คุณไม่กลัวหรือว่าฉันจะใช้จนหมด”
ลู่เฉินโจวเงยหน้ามองเธอ “คุณไม่ได้จะใช้ชีวิตอยู่กับผมหรือไง”
เจียงหว่านถังเงียบไปสองวินาที “...ใช่”
“งั้นก็เก็บไว้ที่คุณ” ลู่เฉินโจวพูดจบก็เตรียมลุกขึ้น
เจียงหว่านถังรีบเรียกเขาไว้ “เดี๋ยวก่อน”
ลู่เฉินโจวหันกลับมา “มีอะไรอีก”
“คุณไว้ใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”
ลู่เฉินโจวไม่เข้าใจ “อะไร”
เจียงหว่านถังชี้เงินบนโต๊ะ “1,860 หยวน ครั้งก่อนฉันก็เอาเงินก้อนนี้หนีไป”
สีหน้าของลู่เฉินโจวพลันเย็นชาลง
เจียงหว่านถังรู้ว่าคำพูดนี้ฟังไม่เข้าหู แต่เรื่องนี้หลบเลี่ยงไม่ได้ “คุณไม่กลัวจริง ๆ เหรอว่าฉันจะเอาไปอีก”
ลู่เฉินโจวจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง “คุณยังคิดจะหนีอีกหรือไง”
“ฉันหมายถึงเผื่อไว้”
“ไม่มีเผื่อ”
เอาเถอะ เจียงหว่านถังรู้อยู่แล้วว่าคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง
เธอเลื่อนเงินไปข้างหน้าเล็กน้อย “ฉันไม่ได้จะหนี แค่คิดว่าเงินเยอะขนาดนี้เก็บไว้กับฉันไม่เหมาะ”
“ไม่เหมาะตรงไหน”
“ถ้าหายขึ้นมาล่ะ”
“หายแล้วค่อยหาใหม่”
เจียงหว่านถังเกือบคิดว่าตัวเองฟังผิด “พูดง่ายนี่ นี่มัน 1,860 หยวนนะ ไม่ใช่ 1 หยวน 8 เหมา 6 เฟิน”
ลู่เฉินโจวไม่ตอบ เจียงหว่านถังมองเงินบนโต๊ะแล้วพลันนึกถึงตอนที่เขาพยายามหาเงินให้เจ้าของร่างเดิม เขาเคยขายของ ทั้งยังไปหยิบยืมคนอื่น เงินก้อนนี้สำหรับเขาไม่ใช่แค่พูดว่า “หายแล้วค่อยหาใหม่” ก็จบ
“ลู่เฉินโจว”
“หืม”
“คุณคิดหรือเปล่าว่า ตราบใดที่เงินอยู่กับฉัน ฉันก็จะไม่ไป”
สีหน้าลู่เฉินโจวพลันเคร่งขรึม
เจียงหว่านถังมองเขา เขาไม่ยอมรับและก็ไม่ปฏิเสธ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาถึงพูดเสียงแข็ง “คิดมากไปแล้ว”