พูดถึงเกราะคู่รักแล้ว เรื่องนี้เป็นความคิดของหลิงเยว่เอง ตอนแรกเธอแค่อยากได้เกราะที่ปกป้องร่างกายได้รอบด้าน จนเกือบทำให้จินหลีถงเข้าใจว่าเธอถูกใครรังแกมาจากข้างนอก
พออธิบายกันจนเข้าใจ จินหลีถงก็โล่งอก ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมายืนอย่างกระตือรือร้น “ดี! ข้าจะกลับไปจุดเตาหลอมเดี๋ยวนี้!”
เขาเดินไปได้ครึ่งทางก็วกกลับมา โน้มตัวลงจูบหน้าผากหลิงเยว่หนึ่งที “รออยู่ตรงนี้นะ ข้าจะทำเกราะป้องกันที่สวยที่สุดในแดนเซียนให้เจ้า”
หลิงเยว่ขำท่าทางลุกลี้ลุกลนของเขา โบกมือให้ “ไปเถอะ ๆ ฉันเชื่อฝีมือนาย”
ส่วนจินหลีถง พอกลับถึงหุบเขาคมดาบก็เริ่มตีเหล็กอย่างขะมักเขม้นทันที
เขาใช้พลังเซียนหลอมเงินลับกับแร่ทองดาวที่มีความบริสุทธิ์สูงสุด แล้วใช้พลังแสงจันทร์เป็นตัวเสริม ตีซ้ำไปซ้ำมาจนได้โครงร่างเกราะแบบชิ้นเดียวคลุมทั้งตัว
เกราะนั้นบางและเบามาก เมื่อกางออกจะดูเหมือนชุดผ้าโปร่งที่คลุมทั่วร่าง แต่เมื่อถูกโจมตี มันจะแข็งตัวขึ้นทันที กลายเป็นแผ่นเกราะโลหะผสมที่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้
ส่วนหมวกเกราะออกแบบให้มีหน้ากากคริสตัลใส ไม่บดบังทัศนวิสัย แต่ป้องกันการโจมตีทางจิตได้อย่างดีเยี่ยม ด้านหลังเว้นช่องไว้สำหรับปีกผีเสื้อของหลิงเยว่โดยเฉพาะ เมื่อพับเก็บ เกราะจะแนบสนิทไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกาย แต่เมื่อกางออก ปีกเกราะก็จะขยายตามไปคลุมปีกของเธอ
ทำไปได้ครึ่งทาง หลิงเยว่ก็ลอยมาถึง
เธอลงมายืนข้างเตาหลอม ชะโงกดูเกราะที่ทำเสร็จไปได้ราวหกส่วน แล้วจู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “อาหลี ไม่อย่างนั้นทำเกราะแบบเดียวกันให้นายด้วยดีไหม?”
มือที่ถือค้อนของจินหลีถงชะงัก “ข้าหรือ?”
“ใช่สิ ฉันอยากใส่ชุดคู่กับนาย” หลิงเยว่เดินอ้อมไปด้านหลังเขา โอบเอวไว้ แล้ววางคางลงบนไหล่
“ถ้าต่อไปเราออกไปสู้พร้อมกัน แล้วใส่เกราะแบบเดียวกัน ทุกคนก็จะรู้ทันทีว่าเราเป็นคู่กัน ดีจะตาย แบบนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่านายเป็นของฉัน”
