ซิววางแท็บเล็ตลง ซูเหยาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เดินไปที่ห้องพยาบาล
สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จอข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีกระดูกหักแบบแตกละเอียดหลายจุดทั่วร่างกาย อวัยวะภายในฉีกขาด มีเลือดคั่งในกะโหลกศีรษะ และบาดแผลจากการถูกกัดกร่อนอีกนับไม่ถ้วน
ลู่เฉินฟื้นขึ้นมาในวันที่สาม พอลืมตาก็เห็นว่าซือเย่ต้องเข้าห้องพยาบาลไปอีกคน เขาดีใจเสียจนแทบจะเอาประทัดมาจุดฉลอง
ซูเหยารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล เพราะบาดแผลมากมายบนตัวเขาดูไม่เหมือนเกิดจากเอเลี่ยนฟอร์ม
ซือเย่แช่ตัวอยู่ในห้องพยาบาลนานถึงห้าวัน ซูเหยาแวะไปดูเขาทุกวันหลังเลิกเรียน
ซือเย่กับเซนทิเนลคนอื่น ๆ ไม่ค่อยถูกกัน นอกจากซูเหยาแล้วก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเขาเลย
ค่ำวันที่ห้า ซือเย่หายตัวไป คาดว่าคงฟื้นแล้ว แต่เขาไม่ได้อยู่ในห้องของตัวเอง ไม่รู้ไปไหน
ซูเหยามีเรื่องอยากถามเขา แต่ก็หาไม่เจอ
ตอนที่เธอกำลังจะกลับไป ก็ได้ยินเสียงเปียโนไพเราะดังแว่วมาจากมุมหนึ่งของโกดัง
โกดังนี้ซูเหยาเคยเข้าไปแค่ตอนจัดห้องปลอบประโลม ภายในกองรวมไปด้วยข้าวของที่ถูกทิ้งไว้โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เคยประจำการอยู่ที่หอคอยเซนทิเนลตลอดหลายร้อยปี และของเก่าแก่บางส่วนจากดาวเคราะห์โลก
เครื่องบดอัลมอนด์ที่ซูเหยาให้อีฟก็หยิบมาจากที่นี่
เธอสวมรองเท้าแตะเดินเข้าไป ประตูไม่ได้ปิด แสงจากโคมไฟอนุภาคสาดลอดออกมาจากช่องประตู ซือเย่หันหลังให้ประตู นั่งอยู่หน้าเปียโนสามขาเก่าแก่หลังหนึ่ง
ดูเหมือนอารมณ์ของเขาจะหดหู่ มองจากแผ่นหลังก็รู้
เขาสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีเทา โคนผมดำสนิทราวกับหมึก ร่างทั้งร่างจมอยู่ในเงาลึก
ซูเหยาฟังไม่ออกว่าเขาเล่นเพลงอะไร แต่เสียงสะท้อนของมนุษย์กับดนตรีนั้นเป็นสิ่งที่เข้าถึงกันได้
เสียงของเปียโนโบราณหลังนี้ทุ้มลึกและกลมกล่อม ปลายนิ้วพลิ้วไหวกระโดดไปมาบนคีย์บอร์ด โน้ตดนตรีที่ลื่นไหลราวกับแสงจันทร์ที่ล้นทะลัก ในตอนแรกคล้ายกับเสียงฝนโปรยปราย แล้วค่อย ๆ ทวีความสูงขึ้น ฝนกระหน่ำรุนแรงขึ้น ลมบ้าหมูพัดกลีบดอกไม้ขาดกระจุย
ระลอกหนึ่งยังไม่ทันสงบ เสียงก็ลดต่ำลง แสงระยิบระยับเหมือนผิวทะเลสาบ จบเพลงลง และสุดท้ายก็กลายเป็นดอกกุหลาบบานสะพรั่งเต็มขุนเขาที่โอบล้อมคุณเข้ามา