ห้วงมิติสู่เส้นทางปฏิวัติ

บทที่ 5 โรงงานกระป๋อง

7 นาที· 1.6K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

คืนนั้น บนเตียงแข็ง ๆ หน่อยของโรงแรมเครือข่าย หลิวซวี่แทบจะหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ความตึงเครียดและการเดินทางต่อเนื่องหลายวันสูบพลังเฮือกสุดท้ายไปหมดสิ้น แม้แต่ความฝันก็ไม่มีแรงจะฝัน ตอนพลิกตัวกลางดึก มือที่พาดอยู่นอกผ้าห่มบางขยับโดยไม่รู้ตัว แหวนเงินขาวเรียบวงนั้นวาบแสงเบาบางรวดเร็วมากท่ามกลางแสงไฟถนนลาง ๆ ที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง แล้วก็เงียบไป เธอหลับลึกเกินกว่าจะสังเกต

วันรุ่งขึ้น ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน แต่นาฬิกาชีวิตก็ยังกระชากเธอออกจากการนอนหลับ วินาทีที่ลืมตา ผ่านความงุนงงชั่วขณะไปแล้ว เธอไม่นอนแช่ แทบจะดีดตัวลุกขึ้น แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ น้ำเย็นกระทบใบหน้า สลัดความง่วงที่เหลืออยู่ออกไปจนสิ้น ใบหน้าในกระจกของเธอยังไร้เลือดฝาด แต่รอยคล้ำรอบตาจางลงไม่น้อย

อาหารเช้าของโรงแรมเป็นบุฟเฟต์เรียบง่าย เธอหยิบโจ๊กขาวหนึ่งชาม ไข่ต้มหนึ่งฟอง ขนมปังโฮลวีตสองสามแผ่น นั่งริมหน้าต่าง ส่งอาหารเข้าปากอย่างเป็นกลไก โจ๊กใสไปหน่อย ขอบขนมปังแข็ง เธอกินเร็วมาก พอมีอาหารอุ่น ๆ หนักท้องรองท้องแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาก

เธอรู้ว่าเวลาเหลือไม่มากแล้ว

ลางสังหรณ์นี้แม้จะมาโดยไร้เหตุผล แต่ก็ชัดเจนและเฉียบคมเป็นพิเศษ ราวกับเสาน้ำแข็งทิ่มแทงเส้นประสาท เธอไม่รู้ว่าเป็นคำเตือนจากแหวน หรือเป็นแรงกดดันทางจิตใจจากสถานการณ์ที่เธอซักซ้อมในใจซ้ำ ๆ กันหลายวัน แต่เชื่อไว้ก่อนดีกว่า

รีบเก็บข้าวของแล้วลงไปเช็คเอาท์ จากนั้นหยิบมือถือขึ้นมา โรงงานกระป๋องที่ทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่อยู่ในย่านอุตสาหกรรมที่ไกลออกไปอีก ต้องขับรถไปอีกกว่า 40 นาที เธอค้นข้อมูลของโรงงานนั้น ขนาดกลาง ผลิตผลไม้กระป๋องและเนื้อกระป๋องเป็นหลัก จัดส่งให้ซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นไม่กี่แห่ง รูปอาคารโรงงานบนหน้าเว็บดูใหม่ทีเดียว

ขับรถไปประมาณ 40 นาทีก็มาถึงย่านโรงงาน หลิวซวี่ขับตามนำทางมาจนสุดทาง ที่นี่คือเขตโรงงานของ "ฝู่นวิ่นฟู้ด" ประตูเหล็กยืดหดไฟฟ้าปิดอยู่ ห้องยามข้าง ๆ มีลุงใส่เครื่องแบบพนักงานรักษาความปลอดภัยนั่งอยู่

หลิวซวี่เลื่อนกระจกรถลง "ลุงครับ สวัสดีค่ะ ฉันนัดกับผู้จัดการหวังฝ่ายจัดซื้อไว้แล้วค่ะ มาคุยเรื่องส่งของ"

รปภ. มองเธอแวบหนึ่งแล้วชำเลืองรถออฟโรดคันไม่เลวของเธอ ไม่ถามอะไรมาก หยิบโทรศัพท์ภายในพูดสองสามคำแล้วกดปุ่ม ประตูเหล็กยืดค่อย ๆ เลื่อนเปิด

ในเขตโรงงานเงียบมาก มีแต่เสียงเครื่องจักรเล็ดลอดมาจากโรงงานไกล ๆ อากาศมีกลิ่นหอมหวานเยิ้นผสมระหว่างผลไม้กับโลหะ เธอจอดรถในช่องจอดที่ตีเส้นไว้ หิ้วกระเป๋าผ้าแคนวาสลงจากรถ กระเป๋าไม่หนัก ข้างในมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง ปากกาหนึ่งด้าม แบตเตอรี่สำรองหนึ่งก้อน แล้วก็พวงกุญแจบ้านเก่าที่คุณยายทิ้งไว้ให้ กุญแจกระทบฝ่ามือย้ำเตือนว่าเธอยังมีเรื่องต้องจัดการอีกมาก

อาคารสำนักงานเป็นตึกสีขาวสามชั้น ชั้นหนึ่งไม่มีพนักงานต้อนรับ เธอกำลังจะมองหาอยู่ ผู้ชายวัยสามสิบต้น ๆ ใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คเดินลงมาจากบันได ยิ้มได้มาตรฐาน "คุณหลิวใช่ไหมครับ ผมหวังเหิงหย่วน ติดต่อกันทางโทรศัพท์แล้วครับ เชิญด้านบนครับ"

คงเพราะโรงงานอาหารเข้มงวดเรื่องสุขอนามัย ห้องประชุมที่นี่จึงสะอาดเรียบร้อยกว่าโรงงานผ้าห่มนวม โต๊ะเก้าอี้เป็นแบบสำนักงานทั่วไป ผู้จัดการหวังรินน้ำให้แก้วหนึ่ง ทักทายเล็กน้อยแล้วเข้าเรื่อง "ได้ยินคุณหลิวทางโทรศัพท์ว่าทำจัดซื้อซูเปอร์มาร์เก็ตใช่ไหมครับ โรงงานเราผลิตผลไม้กระป๋องเป็นหลัก ลูกท้อ ส้ม สับปะรด พวกนี้ครับ ยังมีเนื้อกระป๋องพวกแฮมลันชอน หมูพะโล้ ปลาทะเล ซอสเนื้อ ไม่ทราบว่าสนใจสินค้าประเภทไหนเป็นหลักครับ"

หลิวซวี่หยิบสมุดบันทึก "ฉันสนใจหมดเลยค่ะ อยากให้มีประเภทสินค้าหลากหลายหน่อย ผลไม้กระป๋องกินเป็นขนมก็ได้ ใช้เป็นวัตถุดิบทำขนมหวานก็ได้ ส่วนแฮมลันชอน ปลาหมักเต้าซี่พวกนี้ เก็บง่าย น่าจะขายดี" เธอหยุดนิดหนึ่งถาม "ผู้จัดการหวัง ถ้าเราสั่งปริมาณมาก ครั้งเดียว... อย่างเช่น อย่างละ 500 ลังก่อน ราคาและวงรอบการส่งจะเป็นยังไงคะ"

"500 ลังหรือครับ" ผู้จัดการหวังแปลกใจเล็กน้อย แล้วยิ้มกว้างขึ้น "ปริมาณนั้นไม่น้อยเลยครับ ราคาคุยง่ายครับ ต้องคิดราคาส่งยกโหลแน่นอน แต่ว่า..." เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย "โรงงานเราคิวยุ่งมากครับ โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาลกระป๋อง ล้วนผลิตตามออร์เดอร์ ถ้าตกลงแน่นอน เราให้คิวพิเศษได้เลยครับ แต่เรื่องค่าสินค้า ปกติเราวางมัดจำ 50% ก่อน ที่เหลือชำระก่อนรับของครับ"

วางมัดจำอีกแล้ว หลิวซวี่คิดคำนวณเงินในบัตรแบงก์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว รวมถึงความคืบหน้าในการขายบ้าน "วิธีชำระเงินเราค่อยคุยกันอีกทีค่ะ ผู้จัดการหวัง ฉันขอดูตัวอย่างกับไลน์การผลิตได้ไหมคะ กับอีกอย่าง กระป๋องพวกนี้หมดอายุโดยทั่วไปกี่ปีคะ การเก็บบ่มมีอะไรต้องระวังเป็นพิเศษไหม"

"ได้สิครับ" ผู้จัดการหวังลุกขึ้น "ห้องตัวอย่างอยู่ข้าง ๆ นี่เองครับ ไลน์การผลิตก็ผมพาคุณไปดูไกล ๆ ได้ครับ แต่เข้าห้องผลิตต้องใส่ชุดป้องกัน ขั้นตอนยุ่งยากหน่อย"

ในห้องตัวอย่าง ตู้กระจกและชั้นวางของเต็มไปด้วยกระป๋องสารพัดแบบ ฉลากสีสันสดใส ผู้จัดการหวังแนะนำที่มาของผลไม้ชนิดต่าง ๆ สัดส่วนน้ำเชื่อม เนื้อหมู และปริมาณแป้งในแฮมลันชอนอย่างคล่องแคล่ว หลิวซวี่ฟังอย่างตั้งใจ ยกกะป๋องขึ้นชั่งน้ำหนักบ้างเป็นระยะ ๆ ดูวันที่ผลิตและวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด ส่วนใหญ่อยู่ที่ 2 ถึง 3 ปี

จากหน้าต่างห้องตัวอย่าง มองเห็นโรงงานใหญ่ไม่ไกลออกไป ผู้จัดการหวังชี้ "ทางนู่นคือห้องบรรจุและสเตอริไลซ์ครับ ระบบอัตโนมัติทั้งไลน์ สุขอนามัยได้มาตรฐานแน่นอนครับ"

ดูกระป๋องทั่วแล้วกลับมาห้องประชุม การต่อรองราคาเริ่มขึ้นอีกครั้ง หลิวซวี่ไม่คุ้นเคยกับต้นทุนกระป๋องเท่าธัญพืชและน้ำมัน แต่เธอจับประเด็นเรื่องวันหมดอายุและเงื่อนไขการเก็บรักษามาถามย้ำ และถามว่าสามารถสั่งแบบคละประเภทได้หรือไม่ พร้อมใบ้ว่าถ้าร่วมมือราบรื่นจะมีออร์เดอร์ที่ใหญ่ขึ้นอีกตามมา ท่าทีของผู้จัดการหวังจากตอนแรกที่เป็นทางการก็เพิ่มความกระตือรือร้น สุดท้ายให้ราคาที่ต่ำกว่าราคาส่งในตลาดเกือบ 20%

"แต่ว่า คุณหลิวครับ" ผู้จัดการหวังตอนท้ายเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ลดเสียงลงนิดหนึ่ง "ในโกดังเราจริง ๆ ยังมีสินค้าอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นสินค้าซีรีส์เดียวกันที่ผลิตปีที่แล้ว อายุเหลือประมาณปีครึ่งครับ แพ็กเกจจิ้งเก่าไปนิด แต่ของคุณข้างในไม่มีปัญหาแน่นอน โรงงานอยากเคลียร์สต็อกเพื่อเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่ ราคา...ลดเพิ่มอีก 60% ได้ครับ ไม่ทราบว่าซูเปอร์มาร์เก็ตสนใจไหม ปริมาณไม่มาก แค่ประมาณ 1000 กว่าลัง คละประเภทรวมกันหลายอย่าง"

ของใกล้หมดอายุหรือ ใจหลิวซวี่เต้นแรง นี่มันเหมือนมีเตรียมไว้ให้เธอเลย เธอค้นพบว่าเวลาในมิติของเธอหยุดนิ่ง วันหมดอายุไม่ใช่ปัญหาเลย แต่ราคากลับถูกกว่ามาก

สีหน้าเธอเรียบเฉย กระทั่งขมวดคิ้วนิดหนึ่ง "ของใกล้หมดอายุเหรอคะ... เราเพิ่งเปิดร้าน ขายของใกล้หมดอายุจะกระทบชื่อเสียงไหม"

"โถ่ ยังอีกปีครึ่งเลยนะครับ แล้วราคาดีอย่างนี้ คุณจัดโปรโมชั่นพิเศษได้เลย ขายออกเร็วมาก" ผู้จัดการหวังโน้มน้าว "ถ้าไม่ไหวก็จัดการภายในองค์กรเองครับ เป็นสวัสดิการพนักงานอะไรแบบนี้"

หลิวซวี่ทำเป็นลังเล นิ้วเคาะสมุดบันทึกโดยไม่รู้ตัว "งั้น... สินค้ากลุ่มนี้ ฉันขอดูของจริงก่อนได้ไหมคะ ถ้าคุณภาพไม่มีปัญหาจริง ราคาเหมาะสม เราก็พิจารณาซื้อมารับไว้เป็นสต็อกได้ค่ะ"

"ได้เลยครับ ผมพาไปดูที่โกดังเดี๋ยวนี้" ผู้จัดการหวังลุกขึ้นทันที

โกดังสูงใหญ่และเย็น กล่องกระดาษเต็มพื้นที่ สินค้าใกล้หมดอายุกลุ่มนั้นวางแยกไว้ต่างหาก ขอบกล่องกระดาษมีร่อยหรอบ้าง แต่ไม่รุนแรง ผู้จัดการหวังสุ่มเปิดไม่กี่ลัง หยิบกะป๋องออกมา วันที่เหลืออีกปีครึ่งจริง หลิวซวี่ตรวจสภาพกระป๋อง ไม่มีปูดนูนขึ้นสนิม เขย่าแล้วดังตึง

"โอเคค่ะ" เธอปิดฝากระป๋องอันหนึ่ง "สินค้ากลุ่มนี้ ถ้าเราเอาหมด ราคาเท่าไหร่แน่คะ ขนส่งยังไง"

ตกลงรายละเอียดกันอีกรอบ สุดท้ายหลิวซวี่ก็สั่งกระป๋องคละประเภท 1200 ลังในราคาถูกมาก รู้มาว่าโรงงานอาหารนี้มีขนมปังอัดขายด้วย เธอยังสั่งขนมปังอัดเพิ่มอีก 100 ลัง คงเพราะเธอสั่งของเยอะ เงินมัดจำปกติที่ต้องวางจึงต่อรองลดลงมาได้บ้าง

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com