เสียงอึกทึกด้านนอกทำให้เสิ่นลั่วเยี่ยนแตกตื่น
เสิ่นลั่วเยี่ยนวิ่งออกมาก็เห็นหยวนกุยคุกเข่าอยู่บนพื้น วิงวอนขอความเมตตา
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนก้าวเข้าไปถามด้วยความฉงน
“ยังจะเป็นเรื่องอะไรได้อีก?”
อวิ๋นเจิงมองหยวนกุยด้วยใบหน้าถมึงทึง “ข้าเพียงคิดจะแลกม้าคืนกับเขา แต่เขากลับกล้าหมายปองพระชายาองค์ชายของข้าต่อหน้าข้า!”
อะไรนะ?
สีหน้าเสิ่นลั่วเยี่ยนแปรเปลี่ยน แทบจะยกเท้าเตะเข้าให้
เจ้าคนสารเลว!
มีปัญหาหรือไร!
เดิมทีนางกับเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันเลย!
ยังกล้าหมายปองนางต่อหน้าอวิ๋นเจิงอีกหรือ?
ต่อให้อวิ๋นเจิงไร้ความสามารถเพียงใด เขาก็ยังเป็นองค์ชาย!
หมายปองพระชายาองค์ชาย เขามีกี่หัวกันเชียว!
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ไม่แน่ว่าผู้อื่นจะเข้าใจว่านางมีความสัมพันธ์อะไรกับเขา!
เขาไม่รู้จักที่ตาย ก็อย่าพาสกุลเสิ่นเดือดร้อนไปด้วย!
“ข้า... ข้าเพียงพูดผิดไปชั่ววูบ ขอองค์ชายโปรดเมตตาด้วย!”
หยวนกุยคร่ำครวญวิงวอนอีกครั้ง แล้วส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังเสิ่นลั่วเยี่ยน
เสิ่นลั่วเยี่ยนถลึงตามองหยวนกุยอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนช่วยขอร้องแทนเขาต่อหน้าอวิ๋นเจิง “เขาเป็นคนไม่รู้จักคิด ชอบพูดจาเหลวไหลอยู่เรื่อย เห็นแก่ที่พี่สะใภ้ของข้ามีความเกี่ยวดองกับเขาอยู่บ้าง ท่านก็อย่าถือสาเขาเลย”
“พูดผิดไป?”
อวิ๋นเจิงมองเสิ่นลั่วเยี่ยนด้วยใบหน้าดำคล้ำ “แล้วที่เขาส่งคนปล่อยข่าวลือในเมืองว่าข้าเป็นพวกตกค้างขององค์รัชทายาท ทั้งยังจะไปก่อกบฏที่ซั่วเป่ย นั่นก็พูดผิดไปเช่นกันหรือ?”
