ไม่นาน ฉินผู่ก็เรียกแม่ทัพผู้รับผิดชอบการตีเมืองเข้ามา สอบถามสถานการณ์ของทหารรักษาเมือง
แม่ทัพผู้นั้นรายงานทุกสิ่งที่ตนเห็นแก่ฉินผู่
ทหารที่รักษาเมืองส่วนใหญ่ล้วนมีบาดแผล คงเป็นกองทัพศัตรูที่ฝ่าวงล้อมออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งถูกเกณฑ์ขึ้นไปบนกำแพงเมือง
นอกจากนี้ ศัตรูคงมีลูกธนูเหลืออยู่ไม่มาก
ตลอดการบุกตีเมือง พวกศัตรูไม่เคยยิงธนูเลย
เห็นได้ชัดว่าศัตรูมองออกเช่นกันว่าพวกเขาเพียงหยั่งเชิง จึงเสียดายลูกธนูล้ำค่า
อีกอย่าง แม่ทัพฝ่ายศัตรูที่รับผิดชอบรักษาเมืองดูจะไม่ฉลาดนัก
ทั้งที่มีไหใส่น้ำมันเพลิง กลับไม่รู้จักจุดไฟแล้วโยนใส่พวกเขา ดันใช้ก้อนหินทุบเหล่าทหารที่กำลังถมคูเมือง
แม้จะทำให้พวกเขาบาดเจ็บล้มตายไปบ้าง แต่ก็เปิดโอกาสให้พวกเขาอาศัยก้อนหินที่ศัตรูทุ่มลงมา ถมคูเมืองจนเกิดเส้นทางขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ฉินผู่ฟังรายงานของแม่ทัพพลางครุ่นคิดอยู่ในใจ
เขามองออกเช่นกันว่าศัตรูมีลูกธนูไม่มาก
ส่วนแม่ทัพฝ่ายศัตรูฉลาดหรือไม่ เขากลับไม่อาจรู้ได้
แต่การป้องกันของแม่ทัพผู้นั้นทำได้ดีไม่น้อย
หากเขาไม่สั่งหยุดบุกได้ทันเวลา ต่อให้ทหารทั้ง 4,000 นายตายหมดกองทัพ เกรงว่าจะยังไม่มีใครปีนขึ้นไปบนกำแพงเมืองของศัตรูได้สักคน ไม่ต้องพูดถึงการตีเมืองให้แตก
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ศัตรูเพิ่งพ่ายแพ้มา ขวัญกำลังใจก็ไม่ได้ตกต่ำอย่างที่เขาคิด
ยามนี้เขาต้องไตร่ตรองว่าจะเปิดฉากบุกเต็มกำลังหรือไม่
หากบุก ในใจก็ยังมีความกังวลอยู่รางๆ
เขาไม่ได้กลัวว่าจะตีเมืองนี้ไม่แตก
เพียงแต่กลัวว่าต้องแลกด้วยความสูญเสียมหาศาลจึงจะยึดเมืองนี้ได้
