อวิ๋นเจิงไม่ชอบประหารขุนนางฉ้อฉลต่อหน้าธารกำนัล
เสวยสุขจนอิ่มหนำแล้วค่อยตาย เช่นนั้นก็เป็นการปรานีขุนนางฉ้อฉลเกินไปจริง ๆ
ที่ซั่วเป่ย แทบไม่มีคำว่าปลดจากตำแหน่งแล้วเรื่องจะยุติ
ขุนนางฉ้อฉลล้วนถูกส่งไปทำงานในเหมือง
ยิ่งไปกว่านั้น หากฉ้อโกงเกินจำนวนที่กำหนด ทั้งครอบครัวตั้งแต่คนแก่จนถึงเด็กเล็กก็จะถูกส่งไปเหมืองด้วยกัน
การฉ้อฉลนั้นไม่อาจขจัดให้หมดสิ้นได้จริง ๆ
ความยากในการขจัดการฉ้อฉลให้หมดสิ้นนั้น พอ ๆ กับการทำให้เจ้าชายปลิงทะเลยืนขึ้นได้
“ในเมื่อสืบสวนให้หมดสิ้นไม่ได้ ก็สืบสวนต่อไป!”
อวิ๋นเจิงไม่ได้กริ้ว กลับกล่าวว่า “สถานการณ์โดยรวม เปิ่นหวังเข้าใจแล้ว พวกเจ้ามีอุปสรรคหรือเรื่องสำคัญใดที่ต้องการให้เปิ่นหวังจัดการหรือไม่?”
ทว่าเสียงของอวิ๋นเจิงเพิ่งขาดลง เขาก็เริ่มเสียใจแล้ว
เพราะเห็นรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าของเฉินปู้และคนอื่น ๆ
สัญชาตญาณบอกเขาว่า คราวนี้ต้องเสียเงินก้อนโตหรือไม่ก็ปวดหัวแน่!
เฉินปู้รับฎีกาจากคนข้างกาย ก่อนยื่นให้อวิ๋นเจิงอย่างนอบน้อม “นี่คือประมาณการค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ในปีหน้าที่พวกกระหม่อมร่างไว้ เดิมทีคิดจะถวายให้ฮูหยินจื่อ แต่เมื่อท่านอ๋องเสด็จมาแล้ว ขอเชิญท่านอ๋องทอดพระเนตรก่อนพ่ะย่ะค่ะ!”
อวิ๋นเจิงยังไม่รีบร้อนเปิดฎีกา เพียงกวาดตามองคนทั้งหลายด้วยรอยยิ้ม “ดูท่าเปิ่นหวังคงต้องควักเงินก้อนโตแล้วสินะ!”
คนทั้งหลายได้แต่ยิ้มแห้ง ไม่ตอบคำ
บัดซบ!
เป็นการควักเงินก้อนโตจริง ๆ ด้วย!
อวิ๋นเจิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ เปิดฎีกา
ทว่าเพียงกวาดตาดูคร่าว ๆ อวิ๋นเจิงก็แทบกระโจนเข้าไปชกต่อยกับคนเหล่านั้น
เมื่อเห็นท่าทางของอวิ๋นเจิง เสิ่นลั่วเยี่ยนกับเย่จื่อก็อดสงสัยไม่ได้ จึงขยับเข้าไปดู
