ในท้องพระโรง ฮ่องเต้เหวินกลับมาว่าราชการอีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปหลายวัน
เมื่อมองฮ่องเต้เหวินซึ่งประทับอยู่บนบัลลังก์ ขุนนางหลายคนต่างยังรู้สึกหวาดหวั่นไม่หาย
แม้พวกเขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากการก่อกบฏของอวิ๋นลี่ แต่กลอุบายทั้งหลายที่ฮ่องเต้เหวินใช้ในครานี้ ก็ทำให้ขุนนางซึ่งเพิ่งเข้ารับราชการได้ไม่นานจำนวนไม่น้อยได้ประจักษ์ถึงความน่ากลัวของพระองค์
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องเบื้องลึกที่พวกเขาไม่รู้ เพียงแค่ฮ่องเต้เหวินสามารถสลายอำนาจของอวิ๋นลี่ ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มานานสามปีได้อย่างง่ายดาย ก็เพียงพอจะยืนยันแล้วว่าพระองค์น่าหวาดหวั่นเพียงใด
ฮ่องเต้เหวินมิได้ว่าราชการด้วยพระองค์เอง ทว่าไม่เคยสูญเสียอำนาจควบคุมราชสำนัก
อวิ๋นลี่ซึ่งเป็นองค์รัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก็เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ชักใยอยู่ในพระหัตถ์
เพียงเท่านี้ก็เห็นได้แล้วว่าพระปรีชาสามารถในการวางอำนาจของฮ่องเต้เหวินน่ากลัวเพียงใด
เมื่อเหล่าขุนนางยืนเข้าแถวเรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้เหวินก็ยิ้มพลางกวักพระหัตถ์เรียกอวิ๋นชาง “ชางเอ๋อร์ มาหาเสด็จปู่เร็วเข้า”
เมื่อวานอวิ๋นชางเพิ่งอยู่ข้างกายฮ่องเต้เหวินมา ครานี้จึงไม่รู้สึกแปลกหน้า
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท้องพระโรงเป็นสถานที่เช่นไร พอได้ยินฮ่องเต้เหวินเรียก ก็ผละจากข้างกายอวิ๋นเจิงแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปยังบัลลังก์ของฮ่องเต้เหวิน
มู่ซุ่นกลัวอวิ๋นชางจะหกล้ม จึงคอยประคองอยู่ข้างบันได
ไม่นานนัก อวิ๋นชางก็ปีนขึ้นบันไดไปถึงข้างบัลลังก์ของฮ่องเต้เหวิน
“มา ขึ้นมานั่งนี่!”
ฮ่องเต้เหวินขยับไปด้านข้างเล็กน้อย แล้วตบพื้นที่ว่างซึ่งเพิ่งเปิดออก
เมื่อเห็นการกระทำของฮ่องเต้เหวิน เหล่าขุนนางก็อดมองหน้ากันไปมาไม่ได้
นี่มัน...เรื่องอะไรกัน?
นั่นคือบัลลังก์มังกรเชียวนะ!
แม้แต่อวิ๋นลี่ซึ่งเป็นองค์รัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก็ยังไม่เคยนั่งตรงนั้น!
