ยามค่ำคืน ชวีจื้อกับโจวมี่เดินทางมายังที่ว่าการจวิ้น
ระหว่างรับประทานอาหาร อวิ๋นเจิงก็สนทนากับพวกเขาอยู่หลายเรื่อง
แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยเตือน แต่ทั้งสองก็เข้าใจความหมายของอวิ๋นเจิง
วันรุ่งขึ้น อวิ๋นเจิงก็ออกจากจวิ้นฉางเล่อ
ในเมื่อมาถึงฟู่โจวแล้ว ย่อมต้องไปจิงหยางเพื่อพูดคุยกับทัวฮวนสักหน่อย
การเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงของฟู่โจวผ่านไปแล้วกว่าครึ่ง เขาต้องไปตรวจดูด้วยว่าปีนี้ผลผลิตเป็นเช่นไร
แม้ปีนี้จะไม่มีภัยพิบัติใหญ่ดังที่พวกเขาคาดการณ์ไว้แต่แรก ทว่าพื้นที่บางส่วนของฟู่โจวยังคงประสบภัยแล้ง
ถึงเวลาเขียนฎีกาถวายราชสำนัก ขอให้งดหรือลดภาษีแล้ว
แม้เขาตัดสินใจไว้นานแล้วว่าปีนี้จะไม่ส่งภาษี
แต่ขั้นตอนก็ยังต้องดำเนินไปตามระเบียบ
อีกทั้งยังเป็นการแสดงท่าทีต่อขุนนางทั้งเล็กและใหญ่ในฟู่โจวด้วย จะได้ไม่ให้พวกเขาคิดมาก
ระหว่างทางไปจิงหยาง อวิ๋นเจิงได้รับข่าวที่ทัวฮวนส่งคนมาบอกอีกครั้ง
เมื่ออ่านจดหมายในมือจบ สีหน้าอวิ๋นเจิงก็ย่ำแย่ถึงขีดสุด
ทัวฮวนส่งคนไปสืบทราบจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายในอวี้โจวได้แล้วบางส่วน
ทั้งสามจวิ้นที่ถูกแคว้นอวี่ลอบโจมตีสูญเสียอย่างหนัก
โจรแคว้นอวี่บุกเข้าไปในสามจวิ้น เผาฆ่าปล้นชิงไม่พอ ยังข่มขืนสตรีในเมืองตามอำเภอใจ แม้แต่หญิงตั้งครรภ์ที่ท้องแก่ก็ไม่เว้น
ระหว่างล่าถอย โจรแคว้นอวี่ยังเข่นฆ่าผู้คนในอำเภอแห่งหนึ่งจนหมดสิ้น
ไม่ว่าชายหญิงหรือเด็กคนชราในอำเภอนั้น ล้วนถูกโจรคลุ้มคลั่งเหล่านั้นสังหาร
อำเภออันกว้างใหญ่มีราษฎรเกือบสามหมื่นคน ถูกสังหารจนสิ้น แม้แต่ทารกในห่อผ้าก็ไม่เว้น
บัดนี้อำเภอนั้นกลายเป็นนรกบนดิน ได้ยินว่าแม้แต่สุนัขจรจัดยังหอนคร่ำครวญอยู่ทุกวัน
ทุกวันนี้แทบทุกครัวเรือนในสามจวิ้นของอวี้โจวต่างแขวนผ้าขาวไว้ทุกข์
