วันที่ 8 เดือนสิบ จางซวีรับอนุภรรยา
จางซวีมิได้จัดงานใหญ่โต และยิ่งไม่มีทางจัดงานใหญ่โตได้
ประการหนึ่ง เพราะพิธีรับอนุภรรยากับพิธีแต่งภรรยาเอกนั้นต้องแยกจากกัน
อีกประการหนึ่ง บิดามารดาของจางซวีมิได้อยู่ที่ซั่วเป่ย
บิดามารดายังมีชีวิตอยู่แต่กลับไม่มาร่วมงาน ตามธรรมเนียมของต้าเฉียนเรียกว่า พิธีการไม่ครบถ้วน
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากจัดงานใหญ่โตกลับไม่เหมาะสม
อีกทั้งจางซวียังเกรงว่าหากจัดงานเอิกเกริกเกินไปจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวของตนในเมืองหลวง จึงตกลงกับพั่งลู่ซานไว้ตั้งแต่แรกว่าจะจัดอย่างเรียบง่าย เชิญเพียงคนคุ้นเคยมาร่วมงานเลี้ยงก็พอ
พั่งลู่ซานเข้าใจความลำบากใจของจางซวี จึงมิได้ขัดข้องอันใด
ผู้ที่มาร่วมพิธีและงานเลี้ยงมีไม่มากจริง ๆ
นับรวมกันแล้วยังไม่ถึงสิบโต๊ะ
ทว่าผู้ที่มาร่วมพิธีล้วนเป็นบุคคลสำคัญของซั่วเป่ย
จางซวีไม่มีผู้ใหญ่ในซั่วเป่ย จึงให้ฮูหยินเสิ่นรับน้ำชาจากจางซวีและพั่งโหรวในฐานะป้าสะใภ้
พิธีรับอนุภรรยามีธรรมเนียมน้อยกว่าพิธีแต่งภรรยาเอกอยู่มาก
กระทั่งตอนอนุภรรยาเข้าจวน ก็ยังต้องเข้าทางประตูข้าง
ขณะที่อวิ๋นเจิงกำลังชมพิธีร่วมกับทุกคน หลินจี้ก็เร่งฝีเท้ามาหยุดข้างกายเขา โน้มกายกระซิบข้างหู พร้อมยื่นรายงานฉบับหนึ่งให้อวิ๋นเจิง
อวิ๋นเจิงเปิดรายงาน กวาดตาอ่านคร่าว ๆ แล้วส่งสัญญาณให้หลินจี้ถอยออกไป
เมื่อเห็นสีหน้าของอวิ๋นเจิง เย่จื่อ เสิ่นลั่วเยี่ยนและคนอื่น ๆ ต่างส่งสายตาถามไถ่
อวิ๋นเจิงส่ายหน้าเบา ๆ พลางยิ้มให้เป็นเชิงบอกว่าพวกนางไม่ต้องกังวล
กระทั่งจางซวีกับพั่งโหรวประกอบพิธีเสร็จสิ้น ทุกคนเริ่มนั่งประจำที่ เสิ่นลั่วเยี่ยนจึงค่อยเอ่ยถามเสียงเบา “เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?”
