หลังส่งคนไปแจ้งข่าวแก่ฮ่องเต้เหวินที่เมืองหลวงแล้ว อวิ๋นเจิงก็พาเจียเหยากลับไปยังจวนของตน
หลายวันมานี้ อาหารที่อวิ๋นเจิงกับพวกกินล้วนเป็นโสมตุ๋นกับของนานาชนิด
โดยอ้างว่าเพื่อบำรุงร่างกายให้เมี่ยวอินซึ่งกำลังตั้งครรภ์
อวิ๋นเจิงเองก็ไม่ได้ตระหนี่กับเจียเหยา
พวกเขากินสิ่งใด เจียเหยาก็กินสิ่งนั้น
พวกเขาไม่เอ่ยถึงเรื่องจะมอบ “โสม” ให้เจียเหยาแม้แต่น้อย ต่างรอให้นางได้ลองสรรพคุณของโสมแล้วเอ่ยปากขอเอง
น่าเสียดายที่รออยู่หลายวัน เจียเหยาก็ยังไม่เอ่ยปาก
กินโสมบำรุงทุกวันจนอวิ๋นเจิงแทบกำเดาไหล
เมื่อเห็นว่ากำหนดสิบวันที่เจียเหยากล่าวไว้เหลืออีกไม่กี่วัน อวิ๋นเจิงจึงตัดสินใจพาเจียเหยาเดินทางไปยังกองรักษาการณ์สุยหนิง
ครั้นอวิ๋นเจิงมาถึงเรือนข้างที่ใช้กักบริเวณเจียเหยา นางกำลังเอนกายหลับตาครุ่นคิดอย่างสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้เอน
บนใบหน้าไม่ปรากฏความกังวลหรือกระวนกระวายแม้แต่น้อย
“จิตใจสงบนิ่งดีนี่!”
อวิ๋นเจิงลอบชมอยู่ในใจ ก่อนเดินตรงไปหาเจียเหยา “เหตุใดจึงนอนอยู่ตรงนี้ ไม่หนาวหรือ?”
เจียเหยาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น “ความหนาวเย็นทำให้คนเรามีสติแจ่มชัด มิใช่หรือ?”
“ความหนาวเย็นก็ทำให้คนแข็งตายได้เช่นกัน”
อวิ๋นเจิงกลอกตาใส่นาง แล้วกวาดตามองใบหน้างามของเจียเหยาไปมา
เจียเหยาไม่หลบสายตาอวิ๋นเจิง กลับเลิกคิ้วถาม “จะส่งข้ากลับแล้วหรือ? เจ้าอาลัยข้า อยากจดจำหน้าตาข้าไว้หรือ?”
“ว่าไปแล้วก็อาลัยอยู่บ้างจริง ๆ!”
อวิ๋นเจิงพยักหน้าพลางยิ้ม “ข้าเป็นคนให้ความสำคัญกับความรู้สึกที่สุด เลี้ยงแมวเลี้ยงหมาไว้สักตัว แค่ไม่กี่วันก็ผูกพันแล้ว ยิ่งเป็นสาวงามเช่นนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
