หลังจากอวิ๋นเจิงเล่นซุกซนเป็นเพื่อนอวิ๋นชางอยู่พักใหญ่ อวิ๋นชางก็สนิทสนมกับเขามากขึ้นไม่น้อย
แม้เจ้าตัวน้อยจะถูกอวิ๋นเจิงแกล้งจนสะบักสะบอม ทว่าเสียงหัวเราะไร้เดียงสากลับดังไม่ขาดแม้ชั่วขณะ
กระทั่งอวิ๋นชางเหงื่อออก อวิ๋นเจิงจึงคว้าตัวเจ้าตัวน้อยที่ยังอยากเล่นต่อไว้ แล้วสั่งให้คนไปเตรียมน้ำอุ่นมาให้ดื่ม
สองพ่อลูกพักผ่อนกันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถึงเวลาออกเดินทาง
อวิ๋นชางไม่อยากนั่งรถม้า เมี่ยวอินจึงให้เขาขี่ม้าตัวเดียวกับนาง พอดีจะได้เปิดโอกาสให้อวิ๋นเจิงพูดคุยกับเย่จื่อและเสิ่นลั่วเยี่ยนในรถม้า
นางใช้เวลาอยู่เคียงข้างอวิ๋นเจิงมากที่สุด จึงควรแบ่งเวลาให้พี่น้องหญิงคนอื่นบ้าง
ภายในรถม้าอบอุ่นกว่าด้านนอกไม่น้อย อวิ๋นเจิงถอดเสื้อคลุมออก แล้วดื่มด่ำกับความสุขอันงดงามจากการมีหญิงงามโอบซ้ายประคองขวา
เมื่อไม่มีผู้คนมากมายจับตามอง สองสตรีก็ไม่เขินอายเหมือนก่อน ต่างเอนกายพิงอวิ๋นเจิงอยู่คนละข้าง ดื่มด่ำกับความอบอุ่นที่ห่างหายไปนาน
“จริงสิ ทางซู่ฉวีทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
“ดีทีเดียว”
เย่จื่อเม้มริมฝีปากบาง “พี่สี่ของท่านไม่คิดแก่งแย่งชิงดีกับผู้ใด มุ่งปกครองถิ่นหนึ่งอย่างสงบ ที่แท้ก็มีความสามารถไม่น้อย”
“หืม?”
อวิ๋นเจิงสนใจขึ้นมา “ว่าอย่างไร?”
เย่จื่อยิ้มน้อย ๆ แล้วเล่าเรื่องที่อวิ๋นถิงทำในซู่ฉวีให้อวิ๋นเจิงฟังอย่างละเอียด
เพื่อปกครองซู่ฉวีให้ดี อวิ๋นถิงทุ่มเทลงแรงไปไม่น้อย
อวิ๋นถิงอาศัยทรัพยากรสมุนไพรอันอุดมสมบูรณ์ของซู่ฉวี ส่งเสริมให้สมุนไพรกลายเป็นกิจการหลักของที่นั่น ทั้งยังสนับสนุนให้ชาวบ้านขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร และจัดตั้งตลาดหลวงสำหรับซื้อขายสมุนไพรขึ้นในซู่ฉวีโดยเฉพาะ
