เมื่อได้ฟังคำพูดของอวิ๋นเจิง ใบหน้าของทุกคนก็พลันกระตุกขึ้นมา
คนหน้าด้านน่ะเคยเห็น แต่ไม่เคยเห็นคนหน้าด้านถึงเพียงนี้!
ฮ่องเต้เหวินเพียงตรัสถามตามประสา เขากลับขอบพระทัยเสียแล้ว?
หากเป็นไปตามความหมายของเขา ถ้าฮ่องเต้เหวินตรัสถามว่าเขาอยากเป็นฮ่องเต้หรือไม่ เขาคงคิดว่าฮ่องเต้เหวินกำลังจะส่งมอบบัลลังก์ให้เขากระมัง?
ใบหน้าแก่ชราของฮ่องเต้เหวินก็กระตุกไม่ต่างกัน ในใจสบถด่าคนหน้าด้านผู้นี้
“เราไม่ได้บอกว่าจะตั้งเจี๋ยเอ๋อร์เป็นจวิ้นจู่ เจ้ามาขอบพระทัยเรื่องอันใด?”
ฮ่องเต้เหวินเหลือบมองอวิ๋นเจิงอย่างไม่ยินดียินร้าย “หากเราบอกว่าจะให้เจ้าไปประกอบพิธีเฟิงซ้านแทนเรา เจ้าจะรีบขอบพระทัยทันทีหรือไม่?”
อวิ๋นเจิงหัวเราะแห้ง ๆ แล้วก็เงียบไป
“ส่งเด็กคนนี้มาให้เราดูหน่อย”
ฮ่องเต้เหวินรับอวิ๋นเจี๋ยจากมือเสิ่นลั่วเยี่ยนมาอุ้มไว้ แล้วหยอกล้อ
อวิ๋นเจี๋ยตื่นเพราะเสียงดังมานานแล้ว ทว่ากลับไม่ร้องไห้
เมื่อถูกฮ่องเต้เหวินหยอกเย้า นางยังส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมา
“เด็กคนนี้ไม่ตื่นคนเลยสักนิด”
ฮ่องเต้เหวินหัวเราะเบา ๆ ก่อนส่งอวิ๋นเจี๋ยให้ฮองเฮาสวีดู “ฮองเฮา ดูสิ เจี๋ยเอ๋อร์รู้ความเพียงใด มีคนตั้งมากมาย นางก็ไม่ร้องไม่งอแง!”
“จริงเพคะ!”
ฮองเฮาสวียิ้มพลางพยักหน้า “เด็กคนนี้หน้าตางดงาม ทั้งยังรู้ความเพียงนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อโตขึ้นจะไปเป็นวาสนาของบุตรชายบ้านใด!”
ยามนี้ฮองเฮาสวีแทบอยากบีบคออวิ๋นเจี๋ยให้ตาย
แต่บนใบหน้ากลับยังต้องเผยรอยยิ้ม
ฮ่องเต้เหวินลูบแก้มเล็ก ๆ ของอวิ๋นเจี๋ย พลางทอดถอนใจอย่างอดไม่ได้ “หากพ่อของนางรู้ความได้สักครึ่งหนึ่งของเจี๋ยเอ๋อร์ เราคงยิ้มจนตื่นจากฝัน...”
ฮองเฮาสวียิ้มบาง ๆ แล้วเหลือบมองอวิ๋นเจิงด้วยหางตา
แม้อวิ๋นเจิงยังคงรักษารอยยิ้มไว้บนใบหน้า แต่แววไม่พอใจปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว
