จวนเจ้ามณฑล
เถียนหงกำลังหารือแผนการลับอยู่ในห้องลับกับคนสนิทหลายคน
คนเหล่านี้ล้วนมีความเกี่ยวดองกับเขาไม่มากก็น้อย
บางคนเป็นน้องเขย บางคนเป็นญาติร่วมตระกูล ส่วนนายกองหนุ่มอีกสองคนก็เป็นหลานชายของเขา
ทุกคนล้วนเป็นตั๊กแตนบนเชือกเส้นเดียวกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครแพร่งพรายความลับ
ในบรรดาพวกเขา ผู้ที่มียศทหารสูงสุดคือรองแม่ทัพผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือตู้จิ้น น้องเขยของเขา
พวกเขาหารือกันได้ไม่นาน ก็มีคนจากด้านนอกเข้ามารายงานว่า ซุนจี้กับบุตรชายมาถึงจวนเจ้ามณฑลแล้ว
“ซุนจี้?”
เถียนหงแค่นเสียงเบา ๆ “มาเร็วเสียจริง!”
ซุนจี้มาถึงอย่างที่เถียนหงคาดไว้
อย่างไรซุนจี้ก็เป็นผู้ตรวจการกองทัพ ขุนพลเหล่านี้ออกจากค่ายไปงานเลี้ยงที่จวนเขา ซุนจี้ย่อมรู้เข้าสักวัน
แต่เถียนหงไม่คิดว่าซุนจี้จะมาเร็วถึงเพียงนี้
ต้องเป็นถงอิงแน่ที่ส่งคนไปบอกซุนจี้ทันทีที่พวกเขาออกจากค่าย!
ถงอิงสารเลวนั่น!
เขาพยายามดึงถงอิงมาเป็นพวกอยู่ตลอด แต่ถงอิงกลับไม่ยอมคล้อยตาม
เรื่องนี้ทำให้เขาขัดใจยิ่งนัก!
หากพวกเขาจะก่อการ คนแรกที่ต้องกำจัดก็คือถงอิง เพื่อยึดอำนาจทางทหารมาไว้ในมืออย่างเด็ดขาด
“ไปเถอะ ออกไปพบซุนจี้กัน!”
เถียนหงลุกขึ้น พลางแค่นเสียงกล่าวว่า “ข้าจัดงานเลี้ยงในครอบครัว เขายังจะเข้ามาสอดมือ ผู้ตรวจการกองทัพผู้นี้ช่างก้าวก่ายไปทั่วเสียจริง!”
หลายคนสบตากันแล้วยิ้มอย่างรู้ใจ
เดิมทีพวกเขาก็เกี่ยวดองกันอยู่แล้ว จะเรียกว่างานเลี้ยงในครอบครัวก็ไม่ผิดแต่อย่างใด
ระหว่างที่พวกเขาเดินออกไป ตู้จิ้นน้องเขยของเถียนหงก็ถามเสียงเบาว่า “พวกเราหาโอกาสกำจัดซุนจี้ดีหรือไม่? ถึงตอนนั้นก็โยนความผิดให้อวิ๋นเจิงไปเสีย!”
เขาไม่ชอบหน้าซุนจี้มานานแล้ว!
แม้ซุนจี้จะไม่มีอำนาจจริงจังในฐานะผู้ตรวจการกองทัพ แต่หากเขารายงานและเปิดโปงขุนพลใหญ่เล็กในกองทัพต่อราชสำนัก ก็แทบไม่มีครั้งใดคลาดเคลื่อน
