หลังยืนยันว่าบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายถอนทัพไปแล้ว อวิ๋นเจิงก็เคลื่อนทัพออกจากป้อมซิงอานเช่นกัน
เขาทิ้งกำลังพลไว้ที่ป้อมซิงอานสามหมื่นนาย
ในจำนวนนี้เป็นทหารม้าห้าพันนาย ทหารรักษาการณ์เดิมของป้อมซิงอานอีกห้าพันนาย และกองทัพบริวารสองหมื่นนายที่ถงกังนำทัพ
ทว่าบัดนี้ คนเหล่านี้ไม่อาจเรียกว่ากองทัพบริวารได้อีกแล้ว
พวกเขาล้วนเป็นทหารรักษาการณ์ของจวนผู้พิทักษ์ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ!
ถงกังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงในชั่วพริบตา จากผู้บัญชาการกองทหารองครักษ์ของอวิ๋นเจิง กลายเป็นแม่ทัพใหญ่ประจำป้อมซิงอาน
ทว่าในช่วงนี้ ตำแหน่งของถงกังให้เติ้งเป่ารักษาการแทน ส่วนถงกังต้องติดตามอวิ๋นเจิงกลับนครอวี้เฟิงเพื่อจัดพิธีสมรส
หลายวันต่อมา พวกเขาก็มาถึงนครอวี้เฟิง
อวิ๋นเจิงเลือกองค์หญิงผู้หนึ่งจากราชวงศ์ฉิวฉือ ซึ่งเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถ มาแต่งให้ถงกัง
ถงกังพึงพอใจองค์หญิงเจ็ดผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง
ได้ยินว่าเดิมทีองค์หญิงเจ็ดหมั้นหมายกับโหลวอี้ ทว่ายังไม่ทันได้แต่งเข้าไป ฉิวฉือก็ล่มสลายเสียก่อน
อวิ๋นเจิงไม่มีเวลาไปร่วมพิธีสมรสของพวกเขาทีละคน จึงให้จัดพิธีสมรสหมู่ขึ้นในคราวเดียว
ถงกัง เฝิงอวี้ และคนอื่น ๆ รวมทั้งสิ้นหกคน จัดพิธีสมรสอย่างเอิกเกริกพอสมควร ณ พระราชวังเดิมของฉิวฉือในวันเดียวกัน
หลังดื่มสุรามงคลของพวกเขาแล้ว อวิ๋นเจิงก็กำชับตู๋กูเช่ออีกหลายประโยค ก่อนจะนำทัพมุ่งหน้าไปยังด่านเทียนฉยง
ทันทีที่ถึงด่านเทียนฉยง อวิ๋นเจิงก็เรียกจั่วเริ่นไปอีกด้านตามลำพัง
อวิ๋นเจิงกล่าวตรงไปตรงมาว่า “ข้ามีทางเลือกให้เจ้า 2 ทาง ทางแรก ไปอยู่ข้างกายตู๋กูเช่อ คอยรับใช้ตามคำสั่ง ทางที่สอง กลับค่ายใหญ่ภูเขาเยี่ยนหุย เตรียมเริ่มฝึกทหาร...”
