นับแต่เปิดอกกับฮ่องเต้เหวิน อวิ๋นลี่ก็ปล่อยตัวตามยถากรรมมาหลายวันแล้ว
หลายวันนี้ อวิ๋นลี่ไม่เพียงจัดพิธีศพให้หยางจิน แต่ยังจัดพิธีศพให้ตนเองและบรรดาครอบครัวทั้งหมดด้วย
กระทั่งยามนอนทุกคืน เขาก็ยังนอนอยู่ในโลงศพของตนเอง
แม้สวีฉือฝู่และผู้คนหลายคนในฝ่ายองค์รัชทายาทจะถูกจับเข้าคุกหรือประหารชีวิต อวิ๋นลี่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
การลงมือกับสวีฉือฝู่และคนอื่น ๆ ของฮ่องเต้เหวินรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ต่อให้สวีฉือฝู่กับพวกจะล่วงรู้เจตนาของฮ่องเต้เหวินล่วงหน้าแล้ว ก็ยังตั้งตัวไม่ทัน
คนตระกูลสวีทั้งหมด นอกจากฮองเฮาสวีที่ถูกกักบริเวณไว้ ล้วนถูกจับกุม
หลานชายสองคนที่สวีฉือฝู่ส่งออกจากนครหลวงไปก่อนหน้า กลับได้พบกับเขาในคุก
หลานชายทั้งสองของเขามาถึงคุกก่อนเขาเสียอีก
ในตอนนั้นเอง สวีฉือฝู่จึงเข้าใจว่า คนตระกูลสวีทั้งหมดตกอยู่ภายใต้การจับตาอย่างลับ ๆ ของฮ่องเต้เหวินมานานแล้ว
วันรุ่งขึ้นหลังจากคนทั้งตระกูลของสวีฉือฝู่ถูกจับเข้าคุก หยวนฉงกับหยวนกุยสองพ่อลูกแห่งอี้โจวก็ยกกบฏในนามช่วยราชสำนัก เข้ายึดจวิ้นหลงจี้ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเติงโจว ฮ่องเต้เหวินมีรับสั่งให้อู๋ตู๋ยกทัพไปปราบกบฏแล้ว
ไม่ว่าภายนอกจะเป็นอย่างไร อวิ๋นลี่ก็ไม่ถามไถ่และไม่ใส่ใจ
ราวกับยอมแพ้การต่อต้านอย่างสิ้นเชิง รอเพียงให้ฮ่องเต้เหวินประทานความตายแก่เขา
ฮ่องเต้เหวินเองก็ทราบสถานการณ์ในจวนองค์รัชทายาท หลังจากลังเลอยู่หลายครั้ง ท้ายที่สุดก็เกิดความเวทนาอวิ๋นลี่ขึ้นมา
เสือร้ายยังไม่กินลูกตน!
มอบทางรอดให้พวกเขาสักสายเถิด!
ฮ่องเต้เหวินครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนเรียกมู่ซุ่นเข้ามา “คืนนี้จงส่งคนไปลอบพาเจ้าสามและครอบครัวออกจากเมือง บอกเจ้าสามว่าเราให้คนเตรียมเรือกับเสบียงไว้ให้เขาที่ริมแม่น้ำฉีเจียงนานแล้ว ให้เขาเก็บข้าวของมีค่า พาครอบครัวออกจากต้าเฉียนไปยังโพ้นทะเล และอย่ากลับมาเหยียบแผ่นดินต้าเฉียนอีกตลอดกาล!”
