โหลวอี้ทอดทิ้งแคว้นหนีไปแล้ว!
เสบียงเหล่านั้น ไหนเลยจะนำไปปลอบขวัญเหล่าทหารแนวหน้า!
เห็นชัด ๆ ว่าโหลวอี้เอามันไปเป็นทุนสำหรับกลับมาผงาดอีกครั้ง!
“พวกเราประเมินโหลวอี้สูงเกินไปแล้ว!”
เจียเหยาฝืนยิ้มอย่างขมขื่น
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า พลางยิ้มขื่น “พูดให้ถูกคือ พวกเราถูกโหลวอี้หลอกอีกแล้ว!”
เจียเหยาพูดไม่ออก ก่อนจะฝืนยิ้มแล้วพยักหน้า
“หา?”
ฉินชีหู่ไม่เข้าใจ “พวกเราถูกหลอกอย่างไรหรือ?”
“ที่แนวเหนือบุกโจมตี มิใช่เพราะต้องการใช้กลยุทธ์สลับบ้านกับพวกเรา!” อวิ๋นเจิงยิ้มขื่น “โหลวอี้จงใจปิดบังข่าวที่แนวใต้แตก แล้วสั่งให้แนวเหนือยกทัพบุก ก็เพื่อหลอกพวกเราให้คิดว่าเขายังไม่ยอมสละแคว้นต้าเยวี่ย และจะยืนหยัดจนถึงที่สุด!”
“ใช่แล้ว”
เจียเหยายิ้มขื่น “ที่แท้โหลวอี้กำลังถ่วงเวลาเพื่อหนีไปอย่างราบรื่น! ตั้งแต่แนวใต้แตก โหลวอี้คงรู้แล้วว่าความพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเริ่มวางแผนทอดทิ้งแคว้นหลบหนี...”
หากพวกเขาบุกตะลุยต่อทันทีหลังยึดเมืองกุยเป้ยได้ โหลวอี้อาจมีโอกาสหนี แต่คงหนีไปได้ไม่ง่ายดายถึงเพียงนี้ ทั้งยังขนเสบียงจำนวนมากติดตัวไปด้วย
นางเคยคิดว่าโหลวอี้เป็นคนเช่นเดียวกับนาง ยอมทำทุกอย่างเพื่อแคว้นของตน
หากแคว้นต้องล่มสลาย ก็จะฝังตนเองไปพร้อมกับแคว้น
ทว่ายามนี้นางเพิ่งตระหนักว่า ตนประเมินโหลวอี้สูงเกินไป
ตั้งแต่ต้นจนจบ โหลวอี้ไม่เคยคิดจะร่วมเป็นร่วมตายกับต้าเยวี่ยเลย!
พอฉินชีหู่ได้ฟังก็ร้อนใจขึ้นมาทันที “ถ้า...ถ้าเช่นนั้น ไอ้สารเลวนั่นจะหนีไปที่ใดได้? พวกเราควรส่งทหารไล่ตามโดยเร็วหรือไม่? ข้ายังอยากบิดหัวไอ้สารเลวนั่นมาล้างแค้นให้พี่น้องกองทัพอาภรณ์โลหิตอยู่เลย!”
“ใช้สมองคิดบ้าง!”
เมี่ยวอินชายตามองฉินชีหู่ “สถานการณ์เช่นนี้ โหลวอี้ยังจะหนีไปที่ใดได้อีก?”
หา?
ฉินชีหู่ครุ่นคิดเงียบ ๆ
