เซียวติ้งอู่ไม่ได้ไปสืบหาความเป็นมาของผู่หวังโดยละเอียด
เขาถึงกับไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ
“เจิงกวงเองก็ไม่เคยสืบเรื่องเหล่านี้หรือ?”
อวิ๋นเจิงถามเซียวติ้งอู่อีกครั้ง
“กระหม่อมละอายยิ่งนัก”
เซียวติ้งอู่ก้มหน้า “กระหม่อมไม่ทราบว่าเจิงกวงรู้เรื่องเหล่านี้หรือไม่ เป็นกระหม่อมเองที่ไม่เคยสอบถามเจิงกวง กระหม่อม…ประมาทข้าศึกแล้ว…”
กล่าวจบ เซียวติ้งอู่ก็อธิบายเหตุผลที่ตนประมาทข้าศึกออกมา
เขาคิดเอาเองว่า ในเมื่อมีอวิ๋นเจิง แม่ทัพอันดับหนึ่งใต้หล้าอยู่ด้วย ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นผู้เฝ้าหมางชื่อ ต่อให้ฉินผู่นำทัพมาคุมรักษาการณ์ด้วยตนเอง ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน!
ดังนั้น เขาจึงคิดหากลยุทธ์พิชิตศัตรู แต่กลับไม่เคยนึกถึงเรื่องอื่นนอกสนามรบ
หากอวิ๋นเจิงไม่ถาม ป่านนี้เขาก็คงยังไม่ทันตระหนักถึงปัญหานี้
เมื่อรู้ว่าเซียวติ้งอู่คิดเช่นไร อวิ๋นเจิงก็อดยิ้มขื่นในใจไม่ได้
มารดามันเถิด!
พวกเขาคิดจริง ๆ หรือว่าติดตามมาเพื่อเก็บเกี่ยวความดีความชอบกัน!
หรือไม่ก็คิดว่าตนเก่งกาจเกินไปแล้ว
“ข้าจะจดโทษโบยไว้ให้เจ้ายี่สิบไม้ รบเสร็จค่อยลงโทษ!”
อวิ๋นเจิงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“กระหม่อมรับโทษ!”
เซียวติ้งอู่ยืดอก “กระหม่อมจะไปยังเขาโหลวซานด้วยตนเองเดี๋ยวนี้ เพื่อสอบถามเรื่องแม่ทัพฝ่ายศัตรูจากเจิงกวง!”
เซียวติ้งอู่ละอายใจยิ่งนัก
การสืบสถานการณ์ของแม่ทัพฝ่ายศัตรูนับเป็นความรู้พื้นฐาน
แต่เขากลับลืมแม้กระทั่งความรู้พื้นฐานเช่นนี้
“เจ้าไม่ต้องวุ่นวายหรอก”
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า “จงส่งคนไปยังโหลวผิงทันที ให้เจิงกวงเดินทางมาที่นี่โดยเร็ว!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เซียวติ้งอู่รับคำสั่งแล้วออกจากกระโจมไปทันที
