เมืองหลวง
ช่วงนี้อวิ๋นลี่อารมณ์ไม่สู้ดีนัก
ตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่หลายแห่งในแคว้นรอบอวี้โจวชักจะกำเริบเสิบสานขึ้นทุกที
ยามนี้ นอกจากสกุลหวังแห่งตงเฉียวที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแล้ว ภายใต้แรงข่มขู่จากกองทัพหลวง ยังไม่มีผู้ใดกล้าลุกฮือต่อต้านราชสำนักอย่างเปิดเผย
ทว่าในแคว้นเหล่านั้นกลับมีคนคอยขัดขวาง จนภาษีบางส่วนที่ควรส่งเข้าราชสำนักตั้งนานแล้วกลับยังไม่ถูกส่งมา
เมื่อราชสำนักส่งหนังสือสอบถาม ขุนนางในแต่ละแคว้นต่างก็ยกเหตุผลสารพัดขึ้นมาอ้าง
ไม่ก็อ้างว่าฝนฤดูใบไม้ร่วงตกชุก ถนนหนทางเละเทะ ไม่ก็โยนความผิดให้ขุนนางชั้นล่าง มิฉะนั้นก็กล่าวว่าราษฎรไม่พอใจที่ราชสำนักไม่ดำเนินการตามระบบภาษีใหม่ จึงไม่ยอมส่งเสบียง เป็นต้น
สรุปแล้วต่างก็หาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงสารพัด
อวิ๋นลี่เดือดดาลกับเรื่องนี้ยิ่งนัก
เขารู้ดีว่านี่คือตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่ในแคว้นเหล่านั้นกำลังกดดันเขากับราชสำนัก
เพื่อข่มขวัญตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่รอบอวี้โจว อวิ๋นลี่จึงโยกทหารหนึ่งหมื่นห้าพันนายจากเซียวติ้งอู่ ผู้รักษาการณ์อวิ๋นโจว ให้ไปประจำการที่เติงโจว
ขณะเดียวกัน อวิ๋นลี่ยังสั่งให้พ่อลูกหยวนฉงและหยวนกุยนำทหารชั้นยอดเก้าพันนายไปประจำการที่อี้โจว
ในเมื่อตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่กดดันเขา เขาก็จะกดดันคนเหล่านั้นกลับเช่นกัน!
หากตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่รอบอวี้โจวกล้าคิดกบฏขึ้นมา เขาจะไม่ปรานีเด็ดขาด!
พอดีราชสำนักเพิ่งยกเว้นภาษีให้ฟู่โจวกับหมินโจว หากตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่เหล่านั้นไม่กลัวตาย เขาก็ไม่รังเกียจที่จะยึดทรัพย์อีกสักสองตระกูล
อย่างไรก็ตาม แม้จะกดดันกลับ แต่เมื่อต้องเผชิญแรงกดดันจากตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่ อวิ๋นลี่ซึ่งเดิมคิดจะปราบปรามพวกเขาอย่างเด็ดขาดก็เริ่มลังเล
เขาเคยปะทะกับตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่มาหลายครั้ง ยามนี้ไม่เกรงกลัวพวกเขาแล้ว!
