อูมู่ลี่มาถึงเร็วกว่าที่จี้หร่านคาดไว้เล็กน้อย
ยามพลบค่ำของวันถัดมา อูมู่ลี่ก็มาถึงเมืองจิ่นตงด้วยสภาพฝุ่นคลุ้งไปทั้งตัว
เมื่ออวิ๋นเจิงพบอูมู่ลี่ ย่อมหลีกเลี่ยงการทักทายตามมารยาทอยู่ครู่หนึ่งไม่ได้
“ไม่ทราบว่าหัวหน้าใหญ่ต้องการสนทนาเรื่องใดกับเปิ่นหวังหรือ?”
หลังนั่งลง อวิ๋นเจิงก็เอ่ยถามตรงประเด็น
บางเรื่อง แม้ทุกคนจะรู้แก่ใจ แต่ก็ยังต้องทำตามพิธีการมิใช่หรือ?
อูมู่ลี่เคยได้ยินจี้หร่านเล่าถึงนิสัยของอวิ๋นเจิง รู้ว่าอวิ๋นเจิงชอบพูดจาตรงไปตรงมา จึงไม่วกวน ตอบไปทันทีว่า “ทุกเผ่าในเหมิงหูซาบซึ้งในพระบารมีแห่งต้าเฉียนเป็นอย่างยิ่ง จึงปรารถนาจะผนวกรวมเข้ากับต้าเฉียน เพื่อขอรับความคุ้มครองจากต้าเฉียน”
เป็นไปตามคาด อูมู่ลี่ต้องการคุยกับอวิ๋นเจิงเรื่องนี้จริง ๆ
ทว่าเมื่อเผชิญกับเรื่องดีที่มาส่งถึงหน้าประตู อวิ๋นเจิงกลับนิ่งเงียบไป
พูดตามตรง เขาไม่อยากผนวกรวมเหมิงหูเข้ากับต้าเฉียนในยามนี้
เมื่อเทียบกับเจินเหอแล้ว เหมิงหูมีข้อด้อยมากเกินไป
ภูมิประเทศของเหมิงหูห่างไกลกว่า สภาพธรรมชาติก็เลวร้ายกว่า ทั้งยังไม่ติดทะเล
เหมิงหูในยามนี้เป็นเพียงภาระของต้าเฉียน
แม้เหมิงหูจะต้องผนวกรวมเข้ากับต้าเฉียนไม่ช้าก็เร็ว แต่การผนวกรวมเร็วขึ้นหรือช้าลงหลายปีก็ยังแตกต่างกันอยู่มาก
เขายอมรับว่า ตนเริ่มลำพองแล้ว
ถึงกับเริ่มเลือกแต่สิ่งดี ๆ เสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่ออูมู่ลี่เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว อวิ๋นเจิงก็ไม่สะดวกจะปฏิเสธนัก
ลองคิดอีกมุม อย่างไรเสีย เจินโจวและเหอโจวก็ไม่ได้มีสภาพดีไปกว่ากันสักเท่าไร
