ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงนาหลวง
ยามนี้ ภายในนาหลวงกำลังวุ่นอยู่กับงาน
นาหลวงมีทหารเกณฑ์จำนวนมากคอยดูแล อีกทั้งยังมีสัตว์ใช้งานช่วยไถนาอย่างเพียงพอ จึงเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์เร็วกว่าที่นาของชาวบ้านทั่วไป
ในฤดูกาลนี้ ข้าวฟ่างในนาหลวงส่วนใหญ่เติบโตเต็มที่แล้ว ส่วนข้าวสาลีบางแปลงก็ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยว
ทั่วทั้งนาหลวงมีผู้คนกำลังขะมักเขม้น บ้างรับหน้าที่เกี่ยวข้าว บ้างช่วยขนข้าวฟ่างที่เกี่ยวแล้วไปยังสถานที่นวดเมล็ด บ้างก็หาบข้าวฟ่างที่นวดเสร็จแล้วไปตากแดด...
เมื่ออวิ๋นเจิงกับพวกมาถึงข้างเครื่องนวดเมล็ดเครื่องหนึ่ง ทหารเกณฑ์กำลังจะคำนับ ทว่าอวิ๋นเจิงยกมือห้ามเสียก่อน
“ทำงานของพวกเจ้าไป ไม่ต้องสนใจเปิ่นหวัง เปิ่นหวังเพียงมาดูรอบ ๆ เท่านั้น”
อวิ๋นเจิงสั่งไว้คำหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้กับจางซวี แล้วยืดคอมองการนวดเมล็ด
เครื่องนวดเมล็ดชนิดนี้อาศัยแรงคนเหยียบโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งเหยียบไปพลางยัดมัดข้าวฟ่างเข้าไปในเครื่องไปพลาง ส่วนอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ คอยส่งมัดข้าวฟ่างให้
เมื่อมองดูแล้ว ก็เริ่มมีเค้าของการทำงานเป็นขั้นเป็นตอนแล้ว
ทั้งสองยืนดูอยู่ราวหนึ่งเค่อ จู่ ๆ เครื่องนวดเมล็ดก็หยุดลง ทหารเกณฑ์ที่รับหน้าที่ป้อนมัดข้าวฟ่างเข้าเครื่องยื่นมือเข้าไปควานอย่างชำนาญ
“เกิดอะไรขึ้น?”
จางซวีขยับเข้าไปถาม
“เรียนใต้เท้าจาง ข้างในอุดตัน ต้องแคะส่วนที่ติดอยู่ออกก่อนจึงจะใช้ต่อได้ มิฉะนั้นจะเหยียบไม่ไหว...”
ทหารเกณฑ์เผยรอยยิ้มซื่อ ๆ
คราแรกที่เริ่มใช้เครื่องนวดเมล็ดนี้ พอเครื่องหยุดลง พวกเขาก็พากันกังวลว่ามีส่วนใดขัดข้องหรือไม่
