ปีหลงเซิ่งที่ 3
ก่อนฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ต้าเฉียนก็จัดการย้ายเมืองหลวงเสร็จสิ้น
แม้เมืองหลวงแห่งใหม่ยังมีหลายพื้นที่ที่ไม่สมบูรณ์นัก แต่การย้ายเมืองหลวงย่อมเอื้อต่อการปกครองดินแดนโดยรอบของต้าเฉียนมากกว่า
พระราชวังหลวงเดิมเปลี่ยนชื่อเป็นฉี่เซิ่ง และใช้เป็นเมืองหลวงสำรอง
นอกจากเพื่อรำลึกถึงฮ่องเต้เหวินอวิ๋นฉี่แล้ว ยังมีความหมายถึงการเปิดศักราชยุครุ่งเรืองของต้าเฉียนอีกด้วย
เดือนห้า อวิ๋นเจิงพาเจียเหยากับเมี่ยวอินล่องลงมาตามแม่น้ำหลีเจียง เพื่อร่วมพิธีเปิดสำนักศึกษากองเรือต้าเฉียนแห่งท่าเรือชู่อวิ๋น ซึ่งเพิ่งสร้างขึ้นในมู่โจว และเตรียมตรวจสอบปืนใหญ่ประจำเรือรุ่นใหม่
หลังจากสำนักอาวุธปืนปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ปืนใหญ่ประจำเรือรุ่นนี้ก็พัฒนาเป็นปืนใหญ่ขนาดสี่นิ้ว มีระยะยิงหวังผลเกินหนึ่งลี้
กระสุนระเบิดรุ่นใหม่ก็มีอานุภาพร้ายแรงยิ่งขึ้น
ทว่าความใฝ่ฝันเรื่องเรือหุ้มเกราะเหล็กของอวิ๋นเจิงก็ยังห่างไกลนัก
ถึงกระนั้น อวิ๋นเจิงก็มิได้ร้อนใจ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน กองทัพเรือทางใต้ไล่ติดตามหยวนเชียนซิ่วที่หลบหนีไปทั่ว และบังเอิญพบต้นยางพาราบนเกาะแห่งหนึ่ง บัดนี้ได้นำเข้ามาปลูกทางใต้แล้ว
ทางสถาบันวิจัยการช่างจัดตั้งกลุ่มศึกษาเครื่องจักรไอน้ำขึ้นโดยเฉพาะ
เมื่อสร้างเครื่องจักรไอน้ำสำเร็จ เรื่องราวหลายอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก
อวิ๋นเจิงใช้ศีรษะของหยวนเชียนซิ่วประกอบพิธีบวงสรวงก่อนเปิดสำนักศึกษากองเรือ และเขียนป้ายด้วยลายมือตนเองว่า “อำนาจเหนือท้องทะเลต้องมาก่อน”
หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดสำนักศึกษากองเรือ พวกเขาก็ขึ้นเรือรบมุ่งเหนือ จากนั้นขึ้นฝั่งที่ซินจิน แล้วเดินทางต่อไปยังเป่ยหวน
แม้เจียเหยากับคนอื่น ๆ จะล้มเลิกความคิดที่จะไปสร้างเป่ยหวนขึ้นใหม่ในดินแดนโพ้นทะเลแล้ว
แต่อวิ๋นเจิงก็มิได้เร่งผนวกเป่ยหวนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของต้าเฉียน
เขาคิดจะให้เป่ยหวนดำรงอยู่ในฐานะรัฐบรรณาการของต้าเฉียนต่อไปก่อน รอให้ต้าเฉียนจัดระเบียบดินแดนที่ยึดมาได้ตลอดหลายปีนี้ให้เรียบร้อย แล้วจึงค่อยผนวกเป่ยหวนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของต้าเฉียน
