เมื่อได้ฟังคำพูดของฮ่องเต้เหวิน อวิ๋นลี่ก็ยิ่งรู้สึกละอายใจ น้ำตาในดวงตาสุดจะกลั้นไว้อีกต่อไป
ครานี้อวิ๋นลี่ซาบซึ้งจนร่ำไห้ออกมาจริง ๆ
เขาไม่เคยกล้าคิดด้วยซ้ำว่าฮ่องเต้เหวินจะช่วยรับเรื่องนี้ไว้แทน
เขารู้ว่าฮ่องเต้เหวินพูดความจริง
หากขุนนางผู้ใหญ่ในราชสำนักร่วมมือกันก่อเรื่องขึ้นมา เขาคงรับมือไม่ไหว
แค่ฉินลิ่วก่านก็พอแล้ว ตาเฒ่าคนนี้กล้าด่าทอเขาต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนักอย่างแน่นอน
หากอยู่กันตามลำพัง ตาเฒ่าคนนี้ไม่แน่อาจกล้าทุบตีเขาสักยกด้วย
ยังมีเซวียเช่อ เซียวว่านโฉว ถังซู่ ซ่งปี้เซียน และคนอื่น ๆ อีก...
ขุนนางอาวุโสเหล่านี้ ไม่มีใครรับมือได้ง่ายทั้งนั้น
“ลูกอกตัญญู ทำให้เสด็จพ่อต้องทรงกังวลพระทัยแทนลูก...”
อวิ๋นลี่คุกเข่าอยู่บนพื้น น้ำตานองหน้า
ฮ่องเต้เหวินตบมืออวิ๋นลี่เบา ๆ อย่างอ่อนแรง “เรื่องนี้ก็เป็นความผิดของเรา หากตอนนั้นเราห้ามเจ้าเสีย ก็คงไม่วุ่นวายถึงเพียงนี้”
“เสด็จพ่อ...”
อวิ๋นลี่รู้สึกจุกอยู่ในลำคอ น้ำตาไหลไม่หยุด
“เก็บน้ำตาเสีย! จงจำไว้ เจ้าเป็นรัชทายาท!”
ฮ่องเต้เหวินขึ้นเสียงเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจแผ่วเบา “ที่จริงเราลองคิดดูแล้ว การยกฟู่โจวให้เจ้าคนอกตัญญูผู้นั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้ายไปเสียทั้งหมด...”
กล่าวจบ ฮ่องเต้เหวินก็เริ่มอธิบายเหตุผลให้อวิ๋นลี่ฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง
อวิ๋นเจิงได้ฟู่โจวไปแล้วก็จริง แต่เขาย่อมต้องส่งทหารและขุนพลไปประจำที่ฟู่โจว
อีกทั้งฟู่โจวยังอยู่ในด่านใน หากราชสำนักคิดจะแทรกซึมเข้าไป ย่อมทำได้ง่ายกว่าการแทรกซึมเข้าไปในซั่วเป่ยมาก
ยามนี้อวิ๋นเจิงมีกำลังทหารแข็งแกร่ง การใช้กำลังจัดการเขาย่อมเป็นไปไม่ได้
