พอได้ยินคำพูดของอวิ๋นเจิง อวิ๋นลี่ก็เข้าใจทันทีว่าเจ้าสารเลวนี่คิดจะทำอะไร
เขากำลังจะไปซั่วเป่ย ข้าวของพวกนี้ขนไปด้วยไม่ได้ จึงจะยกให้ตนแทนหนี้หรือ?
สารเลวเอ๊ย ช่างไร้ยางอายเสียจริง!
รอให้ตนได้ขึ้นครองบัลลังก์ สิ่งของเหล่านี้ก็ต้องเป็นของตนอยู่แล้วมิใช่หรือ?
นี่ไม่เท่ากับเอาของของตนมาชดใช้หนี้ให้ตนเองหรอกหรือ?
“น้องหก จะจ่ายเงินหรือจะยกคนให้กันแน่ บอกพี่สามมาให้ชัดก็พอ!”
อวิ๋นลี่เริ่มหมดความอดทน จึงกล่าวเสียงเรียบว่า “พี่สามยังต้องเตรียมงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ แต่ละวันมีเรื่องให้จัดการมากมาย อย่ามาทำให้พี่สามเสียเวลาอีกเลย”
“งานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์หรือ?”
อวิ๋นเจิงรีบเบี่ยงประเด็น “งานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ไม่ได้ให้สำนักกิจการภายในเป็นผู้จัดเตรียมหรือ?”
อวิ๋นลี่หัวเราะหึ ๆ “แต่ก่อนให้สำนักกิจการภายในจัดเตรียม ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกัน! เสด็จพ่อมีพระบัญชาเมื่อวาน ให้ข้าเป็นผู้จัดเตรียมงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ครั้งนี้แต่เพียงผู้เดียว”
บัดซบ!
เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ เสด็จพ่อยังมีพระบัญชาให้พี่สามเป็นผู้จัดเตรียมด้วยหรือ?
เหตุใดจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล?
เสด็จพ่อกำลังหยั่งเชิงพี่สามหรือ?
แต่การเตรียมงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์เล็ก ๆ น้อย ๆ จะหยั่งเชิงอะไรได้?
เรื่องเพียงเท่านี้ยังจะดูความสามารถของอวิ๋นลี่ออกได้หรือ?
ไม่ชอบมาพากล!
เสด็จพ่อต้องมีพระประสงค์อื่นเป็นแน่!
อวิ๋นเจิงครุ่นคิดอย่างหนัก
“น้องหก น้องหก...”
เห็นอวิ๋นเจิงทำท่าจะเสแสร้งทำเป็นเสียสติ อวิ๋นลี่ก็รีบเรียกสติ “อย่าทำให้พี่สามเสียเวลาอีกเลย! หากยังถ่วงเวลาพี่สามอยู่เช่นนี้ พี่สามคงต้องไปขอให้เสด็จพ่อช่วยตัดสินแล้ว”
