เมืองหลวง
ข่าวด่วนที่อวิ๋นเจิงส่งคนกลับมารายงาน ถูกส่งถึงเมืองหลวงตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว
เพราะเรื่องนี้ ฮ่องเต้เหวินจึงเริ่มว่าราชการอีกครั้ง
ทว่าฮ่องเต้เหวินยังคงตรัสในท้องพระโรงน้อยครั้งเช่นเดิม
การประชุมขุนนางในท้องพระโรงแต่ละวันยังคงเป็นอวิ๋นลี่ รัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่เป็นประธาน
วันนี้ในท้องพระโรงก็ยังคงถกเถียงกันอย่างดุเดือด
ฝ่ายที่สนับสนุนการทำศึกซึ่งมีเซวียเช่อกับเซียวว่านโฉวเป็นแกนนำ ปะทะคารมกับฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีสวีฉือฝู่และกู้ซิวเป็นหัวหน้าอย่างไม่รู้จบ
ฝ่ายสนับสนุนการทำศึกเห็นว่า บัดนี้บรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายยกทัพใหญ่โจมตีป้อมซิงอาน ทั้งยังส่งกำลังไปช่วยต้าเยวี่ย กองกำลังรักษาชายแดนย่อมมีไม่พอ เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาก็มีโอกาสชำระแค้นที่ต้องกล้ำกลืนเมื่อปีก่อน
แต่ฝ่ายอนุรักษนิยมกลับเห็นว่า ยามนี้ไม่อาจเป็นฝ่ายเปิดศึกได้เด็ดขาด
ประการหนึ่ง ข่าวด่วนทางการทหารเป็นอวิ๋นเจิงส่งกลับมา จึงยังไม่แน่ว่าจะเชื่อถือได้ หากไม่ระวัง อวิ๋นเจิงอาจกำลังหวังให้ราชสำนักสู้กับบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทรายจนบอบช้ำ เพื่อฉวยประโยชน์จากสถานการณ์
อีกประการหนึ่ง ราชสำนักขาดแคลนเงินทองและเสบียง ไม่มีกำลังพอจะรองรับสงครามขนาดใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น อวิ๋นลี่บีบคั้นตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่จนกำลังภายในด่านในไม่มั่นคงอย่างยิ่ง หากประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจเกิดจลาจลขึ้น
เพื่อข่มตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่ที่เริ่มคิดก่อการ อวิ๋นลี่จึงสั่งให้เซียวติ้งอู่นำทหารชั้นยอดสามหมื่นนายไปประจำการที่อวิ๋นโจว คอยระวังไม่ให้ตระกูลขุนนางและตระกูลใหญ่ทางใต้ก่อกบฏ
หากเปิดศึกกับบรรดาเผ่าทางตะวันตกของทะเลทราย ต่อให้ราชสำนักเป็นฝ่ายชนะ ก็ต้องสูญเสียอย่างหนักเป็นแน่
ยามนี้ราชสำนักไม่อาจรับภาระเช่นนั้นได้อีกแล้ว
