ทางกองทัพเป่ยฝู่
ผ่านไปหลายวัน ทหารราบสองพันนายที่ส่งเชลยกลับไปก่อนหน้าก็ตามมาสมทบ
อวิ๋นเจิงได้รับข่าวจากเจียเหยาที่ส่งมาผ่านเหยี่ยวขาวแล้ว
เจียเหยากับอวี๋ซื่อจงร่วมมือกัน โจมตีกองทัพศัตรูจนพ่ายยับอีกครั้ง
ทว่ารายละเอียดเรื่องความสูญเสียและของที่ยึดมาได้ เจียเหยายังไม่ได้แจ้ง
แต่สำหรับอวิ๋นเจิง ขอเพียงรู้ว่ากองทัพศัตรูอีกสายพ่ายแพ้ก็เพียงพอแล้ว
“ท่านอ๋อง มีกองทหารม้าศัตรูกลุ่มเล็กกำลังควบม้ามาทางกองทัพเรา พวกเขาชูธงขาว ดูท่าคงต้องการยอมจำนน!”
ขณะอวิ๋นเจิงกำลังหารือแผนการขั้นต่อไปกับคนอื่น เขาก็ได้รับข่าวที่รองแม่ทัพของชวีจื้อส่งคนมารายงาน
ธงขาวหรือ?
อวิ๋นเจิงกับคนอื่น ๆ พลันยินดีขึ้นพร้อมกัน
“กองทัพศัตรูมีคนประมาณเท่าใด?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยถามทันที
“ราวหนึ่งพันคนพ่ะย่ะค่ะ!”
ทหารส่งข่าวตอบทันควัน
“ไปดูกัน!”
อวิ๋นเจิงไม่กล่าวมากความ พลิกกายขึ้นหลังม้าทันที
ยอมจำนนก็ดีแล้ว!
แม้มีเพียงราวหนึ่งพันคน แต่นี่ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี!
ขอเพียงมีคนยอมจำนน ขวัญกำลังใจของกองทัพศัตรูก็จะลดฮวบ
เมื่อมีคนเริ่มก่อน คนที่ยอมจำนนภายหลังก็จะยิ่งมากขึ้น
ดูท่าข่าวความพ่ายแพ้ของกองทัพอีกสายของกุ่ยฟางคงแพร่มาถึงที่นี่แล้ว
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงกองทัพแนวหน้า
ไกลออกไป กองทหารม้ากุ่ยฟางที่ทัวฮวนกับบุตรชายนำทัพมาชะลอความเร็วลงแล้ว ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาหาพวกเขา
นอกจากจะชูธงขาวแล้ว คนจำนวนไม่น้อยยังยกมือทั้งสองข้างขึ้น แสดงความจริงใจที่จะยอมจำนน
อวิ๋นเจิงส่งสายตาให้ชวีจื้อ ชวีจื้อเข้าใจความหมาย จึงนำทัพเข้าโอบล้อมทันที
เมื่อกองทัพเป่ยฝู่ล้อมเข้ามา ทหารม้ากุ่ยฟางต่างพากันลงจากหลังม้า
