“ท่านอ๋อง!”
ผู้คนกลุ่มหนึ่งรีบกรูกันเข้ามา บางคนถึงกับตะโกนเรียกหมอ
“ขอท่านอ๋องโปรดระงับโทสะ!”
ที่ปรึกษารีบเกลี้ยกล่อม “โหลวชงแทบไม่มีทหารเฝ้ารักษา เมื่อเมืองจวิ้นแตกแล้ว โหลวชงย่อมยากจะรอดพ้นจากชะตากรรม สิ่งสำคัญเร่งด่วนในยามนี้คือส่งทหารไปช่วยเหลือลู่อี้ฝู่โดยเร็วลู่อี้ฝู่จะเกิดความสูญเสียไม่ได้เป็นอันขาด!”
โหลวชงตั้งอยู่ระหว่างลู่อี้ฝู่กับเมืองจวิ้น นับว่าปลอดภัยอย่างยิ่ง จึงไม่จำเป็นต้องใช้กองทัพใหญ่เฝ้ารักษา
ทหารสวมเกราะของโหลวชงรวมกันแล้วยังมีไม่ถึง 300 นาย!
ส่วนที่เหลือก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ธุรการที่แม้แต่เสื้อเกราะก็ไม่มี
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากกองทัพศัตรูจู่โจมโหลวชงอย่างรวดเร็ว โหลวชงจะต้านทานไหวได้อย่างไร!
จะโทษก็ได้แต่โทษว่าพวกเขารู้ข่าวว่าศัตรูยึดเมืองจวิ้นได้ช้าเกินไป
ไม่ทันเพิ่มกำลังทหารไปยังโหลวชง
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ทัน พวกเขาก็ไม่มีทางโยกกำลังพลอันมีจำกัดไปที่โหลวชง
สิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้คือรักษาลู่อี้ฝู่ไว้!
ที่นี่คือฐานที่มั่นของชิวซานจวิน!
หากลู่อี้ฝู่ตกอยู่ในมือศัตรู ชิวซานจวินก็จะไม่มีแม้แต่ที่ให้หยัดยืน!
“แค่ก ๆ...”
ชิวซานจวินกระอักเลือดออกมาอีกสองคำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “สั่งให้ทหารรักษาการณ์ของว่อหยวนกับชิงอี้เร่งรุดไปช่วยลู่อี้ฝู่โดยเร็วที่สุด! ส่งคนไปยังเมืองฉี่หมิง... ขอ... ขอความช่วยเหลือ แค่ก ๆ...”
กล่าวจบ เขาก็หมดเรี่ยวแรง ทรุดลงบนที่นั่ง
แม้รู้ดีว่าโหลวชงไม่มีทางรักษาไว้ได้ แต่การเสียเมืองถึงสองแห่งในเวลาอันสั้นยังทำให้เขาโศกแค้นอย่างยิ่ง
ยามนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้แน่ชัดก่อนว่าศัตรูมีกำลังพลเท่าใดแล้วค่อยขอความช่วยเหลืออีกต่อไป
