ท้ายที่สุด อวิ๋นเจิงก็ยังไม่รับปากว่าจะออกคำสั่งให้จางซวีรับอนุภรรยา
เรื่องเช่นนี้จะออกคำสั่งบังคับกันได้อย่างไร?
ถึงกระนั้น อวิ๋นเจิงก็รับปากจางซวีว่าจะกลับไปพูดคุยเรื่องนี้กับเมี่ยวอิน
ให้เมี่ยวอินลองหยั่งเชิงถามความคิดของหมิงเยว่ก่อน แล้วค่อยดูว่าจะจัดการอย่างไรต่อ
นานทีปีหนจางซวีจะมีเรื่องมาขอความช่วยเหลือจากเขา เขาย่อมต้องช่วยคิดหาทางออกให้
แต่หมิงเยว่เป็นศิษย์น้องของเมี่ยวอิน นับว่าเป็นน้องภรรยาของเขาแล้ว เขาจะไม่คำนึงถึงความรู้สึกของหมิงเยว่ได้อย่างไร!
ต่อให้หมิงเยว่ไม่ได้มีความสัมพันธ์เช่นนี้กับเขา เขาก็ไม่ควรออกคำสั่งส่งเดชเพียงเพราะเรื่องนี้!
เฮ้อ ช่างกลัดกลุ้มเสียจริง!
หลังออกจากจวนของจางซวี อวิ๋นเจิงก็เล่าเรื่องนี้ให้เมี่ยวอินฟัง
เมี่ยวอินยิ้มบาง ๆ “เอาละ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว”
“หืม?”
อวิ๋นเจิงประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้าไม่แปลกใจเลยหรือ? หรือว่าเจ้ารู้เรื่องระหว่างจางซวีกับพั่งโหรวอยู่ก่อนแล้ว?”
“หมิงเยว่รู้มานานแล้ว!”
เมี่ยวอินหัวเราะเบา ๆ “หมิงเยว่ตั้งใจทรมานจางซวีอยู่! เจ้าอย่าเข้าไปยุ่ง ปล่อยให้หมิงเยว่จัดการจางซวีให้ดีเถิด!”
กล่าวจบ เมี่ยวอินก็เล่าความคิดของหมิงเยว่ให้อวิ๋นเจิงฟัง
เมื่อได้รู้ความคิดของหมิงเยว่ อวิ๋นเจิงก็หัวเราะลั่น
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้!
เอาเถิด!
ในเมื่อหมิงเยว่เองก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้ เขาก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลแล้ว
พอถึงเวลาที่เหมาะสม ค่อยกระซิบบอกจางซวีเป็นนัยก็พอ
จะปล่อยให้จางซวีหวาดหวั่นอยู่เช่นนี้ตลอดไปก็ไม่ได้มิใช่หรือ?
หลังมื้อเย็น อวิ๋นเจิงก็นั่งพูดคุยกับทุกคนในจวน
