ราชรถของฮ่องเต้เหวินมาถึงแล้ว
ผู้ที่มาพร้อมกับฮ่องเต้เหวิน นอกจากองค์ชายแปดและองค์ชายเก้าแล้ว ยังมีพระสนมชูเฟยกับพระสนมเหลียง
ฮ่องเต้เหวินเสด็จประพาสล่าสัตว์ แต่กลับไม่พาฮองเฮามาด้วย ทำให้ทุกคนตระหนักได้ทันทีว่าอำนาจของฮองเฮาเสื่อมถอยลงแล้ว การปลดฮองเฮาเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
สาเหตุที่ฮ่องเต้เหวินยังไม่ปลดฮองเฮาในยามนี้ คงเป็นเพราะความวุ่นวายจากองค์รัชทายาทเพิ่งสงบลง หากหยิบยกเรื่องปลดฮองเฮาขึ้นมาอีกในเวลานี้ เกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอีก
ทันทีที่มาถึง ฮ่องเต้เหวินก็ถลึงตามองอวิ๋นเจิงอย่างไม่สบอารมณ์
หลังทุกคนคำนับเสร็จสิ้น พระองค์จึงรับสั่งให้ติดตามเข้าไปในสวนหนานหยวน
เมื่อหาทำเลเหมาะสมได้แล้ว นางกำนัลและขันทีต่างก็รีบกางร่มใหญ่ โต๊ะเตี้ยหลายตัวถูกนำมาจัดวางเรียงกัน ทั้งยังมีผลไม้และสุราชั้นดีนานาชนิด
นี่มันการล่าสัตว์ที่ไหนกัน!
ชัด ๆ ว่าเป็นงานเลี้ยงกลางแจ้งขนาดใหญ่!
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ฮ่องเต้เหวินจึงประทับลงบนราชรถใต้ร่มใหญ่ โดยมีพระสนมชูเฟยและพระสนมเหลียงนั่งอยู่ข้างพระวรกายคนละด้าน
“องค์ชายหก เราให้คนไปแจ้งเจ้าแล้วมิใช่หรือว่าจะมาล่าสัตว์ เหตุใดจึงไม่พกแม้แต่คันธนูกับลูกศร?”
สายพระเนตรของฮ่องเต้เหวินจับจ้องอวิ๋นเจิง สีพระพักตร์แสดงความไม่พอพระทัย
บัดซบ!
ตาเฒ่านี่จะเริ่มจัดการข้าแล้วหรือ?
อวิ๋นเจิงลอบบ่นในใจ ก่อนยิ้มเจื่อน ๆ “ทูลเสด็จพ่อ ลูกอ่อนแอไม่เอาไหน เรื่องขึ้นคันธนูยิงศรเช่นนี้ ลูกไม่ถนัดจริง ๆ...”
“เช่นนี้ไม่ได้!”
ฮ่องเต้เหวินจ้องอวิ๋นเจิง “เจ้าเป็นถึงขุนพลฮู่เลี่ยที่เราแต่งตั้งด้วยตนเอง ทั้งยังต้องไปออกรบแทนเรา ณ ซั่วเป่ย หากแม้แต่ยิงธนูยังทำไม่เป็น พอถึงสนามรบ คนเป่ยหวนจะไม่หัวเราะเยาะว่าต้าเฉียนไร้คนหรือ?”
