อวิ๋นเจิงกับเย่จื่อรีบเดินออกจากห้อง
หากเป็นเมื่อก่อน เสิ่นลั่วเยี่ยนคงอดหยอกเย่จื่ออยู่สักพักไม่ได้
แต่ยามนี้ เสิ่นลั่วเยี่ยนกลับไม่มีแก่ใจจะทำเช่นนั้น
“เสด็จพ่อเสด็จมาถึงเมื่อใด?”
อวิ๋นเจิงเอ่ยถามเสิ่นลั่วเยี่ยนอย่างเร่งร้อน
“เช้าวันนี้”
เสิ่นลั่วเยี่ยนตอบอย่างเร่งร้อนว่า “จั่วเริ่นส่งม้าเร็วมาแจ้งว่า เสด็จพ่อพาทหารม้าฝีมือดีมาด้วยเพียงสามร้อยกว่านาย ทั้งยังไม่เข้าด่าน รอให้เจ้าไปรับเสด็จอยู่ จั่วเริ่นจัดตั้งค่ายพักแรมชั่วคราวให้เสด็จพ่อนอกด่านเป่ยลู่แล้ว...”
พาทหารม้าฝีมือดีมาด้วยเพียงสามร้อยกว่านาย?
ตาเฒ่านี่เสียสติไปแล้วหรือ?
ควบม้าเร็วรี่เดินทางมาตลอดทางจริง ๆ หรือ?
บัดซบ!
ประมาทไปแล้ว!
คำนวณแล้วคำนวณอีก ก็ยังคาดไม่ถึงว่าเสด็จพ่อจะเสด็จมาเร็วถึงเพียงนี้!
ครานี้ ตนคงถูกน้ำลายท่วมตายเป็นแน่
อวิ๋นเจิงสูดหายใจลึก ก่อนกล่าวทันทีว่า “พวกเราเร่งเดินทางไปด่านเป่ยลู่ทั้งคืนก่อน ให้แม่ยายกับคนอื่น ๆ มุ่งหน้าไปด่านเป่ยลู่ตามมาภายหลัง! จื่อเอ๋อร์ เจ้าสั่งคนในจวนเตรียมการบางอย่างที่ติ้งเป่ยไว้ หากเสด็จพ่อต้องการเสด็จไปติ้งเป่ย พวกเราจะไม่มีอะไรเตรียมไว้ไม่ได้...”
“ได้!”
เย่จื่อไม่มีแก่ใจจะเขินอายอีก รีบรับคำทันที
หลังจากกำชับเรื่องต่าง ๆ คร่าว ๆ แล้ว อวิ๋นเจิงก็วิ่งกลับไปที่ห้อง หยิบสมุดบัญชีติดมือมา จากนั้นให้คนไปตามฉินชีหู่ เพื่อเตรียมออกเดินทางไปด่านเป่ยลู่ทั้งคืน
พวกเขากำลังจะออกเดินทาง เมี่ยวอินก็มาเยือน
เมี่ยวอินดึงอวิ๋นเจิงไปด้านข้าง สีหน้าซับซ้อนขณะกล่าวว่า “ข้าจะไม่อยู่ที่ติ้งเป่ยแล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาหมิงเยว่ไปแช่น้ำพุร้อนทางซั่วฟาง...”
