“เว่ยเหวินจงสารเลวนั่นทำศึกประสาอะไร?”
“ตำแหน่งสำคัญอย่างหาดตื้นเป่ยหยวน เขากลับวางกำลังไว้เพียงสามหมื่นนาย?”
“ข้าชักสงสัยแล้วว่าเจ้าสารเลวนั่นเป็นสายลับของเป่ยหวน!”
ระหว่างทางไปค่ายใหญ่เหนือเสิ่นลั่วเยี่ยนด่าเว่ยเหวินจงไม่หยุดปาก
ในความเห็นของนาง เมื่อรู้อยู่แล้วว่าเป่ยหวนจะสู้จนตัวตาย เว่ยเหวินจงก็ควรวางกำลังสักเจ็ดถึงแปดหมื่นนายบริเวณหาดตื้นเป่ยหยวน ต่อให้ชาวเป่ยหวนไม่กลัวตายเพียงใด ก็ไม่มีทางบุกเข้ามาได้
การที่กองรักษาการณ์สุยหนิงถูกล้อม และซั่วฟางตกอยู่ในอันตราย ล้วนเป็นฝีมือเว่ยเหวินจงทั้งสิ้น
อวิ๋นเจิงส่ายหน้า “เรื่องนี้จะโทษเว่ยเหวินจงจริง ๆ ก็ไม่ได้”
“เหตุใดจะโทษไม่ได้?”
เสิ่นลั่วเยี่ยนกล่าวอย่างขุ่นเคือง “เจ้ายังช่วยพูดแทนเจ้าสารเลวนั่นอีกหรือ?”
“มิใช่ช่วยพูดแทนเขา เราต้องพิจารณาตามความจริง”
อวิ๋นเจิงอธิบาย “หาดตื้นเป่ยหยวนมีพื้นที่เพียงน้อยนิด วางทหารสามหมื่นนายตั้งรับก็นับว่ามากแล้ว หากมากกว่านี้ กระทั่งตั้งขบวนยังทำไม่ได้! อีกทั้งกองรักษาการณ์สุยหนิงกับกองรักษาการณ์จิ้งอันก็ยังมีกองทัพประจำการอยู่ สามารถส่งกำลังไปช่วยได้ทุกเมื่อ การวางกำลังเช่นนี้ของเว่ยเหวินจงจึงมิได้มีปัญหาใหญ่…”
แม้อวิ๋นเจิงจะไม่ลงรอยกับเว่ยเหวินจง แต่เรื่องนี้ก็กล่าวไม่ได้ว่าเว่ยเหวินจงวางกำลังไม่ดี
พูดได้เพียงว่าทหารรักษาการณ์หาดตื้นเป่ยหยวนอาจประมาทเลินเล่อไปบ้าง
หรือไม่ก็กองทหารม้าเหล็กเป่ยหวนกล้าหาญเกินไปจริง ๆ
หากกองทัพสามหมื่นนายยื้อเวลาไว้อีกสักพัก กองหนุนจากกองรักษาการณ์สุยหนิงและกองรักษาการณ์จิ้งอันซึ่งอยู่ไม่ไกลก็ย่อมมาถึง
