บนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ อวี๋ซื่อจงกับเจียเหยายังคงนำทัพบุกจู่โจม
พวกเขาใช้กลยุทธ์เดินทัพโดยให้กองหน้าเตรียมหญ้าแห้งไว้ให้กองหลังเช่นกัน
ทว่าทัพเป่ยฝู่กับกองกำลังเป่ยหวนรวมกันแล้วมีถึงสองหมื่นนาย
จึงทำให้การบุกจู่โจมของพวกเขาเคลื่อนตัวได้ไม่เร็วนัก
ด้วยความเร็วในการบุกจู่โจมเช่นนี้ คงต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งวันกว่าจะสมทบกับอวิ๋นเจิงได้
อวี๋ซื่อจงนำทหารม้าหนึ่งหมื่นนายไปถึงทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ที่เจียเหยากล่าวถึง โดยไม่ต้องรอให้เขาออกคำสั่ง เหล่าทหารทัพเป่ยฝู่ก็แยกย้ายกันลงมือทันที
บ้างเริ่มเลี้ยงม้า บ้างเริ่มตัดหญ้าแห้งเพื่อเตรียมไว้ให้กองทัพเป่ยหวนที่ตามมาด้านหลัง
บางส่วนรวบรวมถุงน้ำของทุกคน แล้วมุ่งหน้าไปตักน้ำจากต้นน้ำของลำธาร
อวี๋ซื่อจงหยุดพัก หยิบข้าวคั่วมาเล็กน้อยใส่ปากแล้วเคี้ยวช้า ๆ ทว่าภายในใจกำลังครุ่นคิดไม่หยุด
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม กองทัพเป่ยหวนซึ่งเป็นกองหลังจึงมาถึง
เวลานี้ทัพเป่ยฝู่เตรียมหญ้าแห้งไว้ให้ม้าศึกของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว
ยามเจียเหยาตามมาหา อวี๋ซื่อจงก็ยังคงยืนครุ่นคิดอยู่ตรงนั้น
“แม่ทัพอวี๋กำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”
เจียเหยาถามอวี๋ซื่อจงด้วยความสงสัยยิ่ง
“ไม่มีอะไร”
อวี๋ซื่อจงได้สติกลับมา “องค์หญิงเจียเหยามาหาข้ามีธุระหรือ?”
เห็นอวี๋ซื่อจงไม่ยอมพูดอะไรมาก เจียเหยาก็ไม่สะดวกจะซักถามต่อ จึงตอบตามคำถามของเขา “ท่านเข้าใจอวิ๋นเจิงเป็นอย่างดี ข้าอยากถามว่า หากกุ่ยฟางจนตรอกจนต้องสู้สุดชีวิต เปิดฉากโจมตีพวกอวิ๋นเจิงอย่างบ้าคลั่ง ท่านคิดว่าพวกเขาจะต้านไว้ได้หรือไม่?”
