เมื่อเผชิญกับทหารม้าเผ่ากุ่ยฟางที่ไล่บีบเข้ามาไม่หยุด ชาวเฉวียนหรงไร้ทางเลือก ทำได้เพียงกัดฟันพุ่งไปข้างหน้า
อย่างน้อยทหารม้าทัพเป่ยฝู่ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาก็มีจำนวนน้อยกว่าอยู่บ้าง
ฝ่าทะลวงไปได้ บางทีอาจยังมีโอกาสรอดชีวิต
ทว่าทัพเป่ยฝู่ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาเข้าใกล้แม้แต่น้อย
เมื่อชาวเฉวียนหรงบุกไปข้างหน้า พวกเขาก็ถอยร่นเพื่อรักษาระยะ จากนั้นขึ้นสายธนูและระดมยิงใส่ชาวเฉวียนหรงอีกครั้ง
ทุกครั้งที่ก้าวไปข้างหน้า จะมีชาวเฉวียนหรงล้มลงคนหนึ่ง
ถึงกระนั้น อาเค่อถูไม่สนใจความเป็นความตายของชาวเฉวียนหรงแม้แต่น้อย
ขอเพียงชาวเฉวียนหรงบุกไปข้างหน้าก็พอ
เป้าหมายของพวกเขาแต่เดิมก็คือถ่วงความเร็วในการเคลื่อนทัพของทัพเป่ยฝู่ เพื่อให้กองทัพใหญ่มีเวลาถอยทัพมากขึ้น
ขณะที่ทหารม้าเผ่ากุ่ยฟางบีบให้ชาวเฉวียนหรงบุกไปข้างหน้าไม่หยุด ชวีจื้อก็นำทหารม้าอีกสามพันนายรุกเข้ามา
“ผู้ยอมจำนนจะได้รับการละเว้นโทษตาย!”
ทหารม้าสามพันนายชูทวนขี่ม้า พุ่งเข้าใส่ชาวเฉวียนหรงที่กำลังแตกตื่นอลหม่าน พลางตะโกนก้อง
ชวีจื้อมีประสบการณ์กับการรบเช่นนี้แล้ว
ครั้งนั้นเป่ยหวนมิใช่คิดใช้คนจากสองเผ่าเหมิงหูกับเจินเหอเป็นเหยื่อล่อ ตามที่ท่านอ๋องตรัสหรอกหรือ?
สุดท้ายก็ทำได้เพียงส่งเชลยให้พวกเขาเปล่าๆ
เสียงของทหารม้าสามพันนายดุจธารเชี่ยวกรากที่ทะลวงขึ้นสู่ฟากฟ้า
ผู้ยอมจำนนจะได้รับการละเว้นโทษตาย!
ถ้อยคำสั้นๆ เพียงสี่คำ สำหรับชาวเฉวียนหรงที่ตกอยู่ในทางตันกลับเป็นดุจเสียงสวรรค์
ไม่นานก็มีชาวเฉวียนหรงหลายคนวางอาวุธ แล้วยกมือทั้งสองขึ้นสูงเพื่อแสดงให้ทัพเป่ยฝู่เห็นว่ามือของตนไม่มีอาวุธ
