วังหลวงเป่ยหวน
เจียเหยาได้รับรายงานจากสายสืบแล้ว
กองทัพเป่ยฝู่เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ จากสถานการณ์ในยามนี้ ดูเหมือนกองทัพเป่ยฝู่คิดจะเคลื่อนทัพเข้าตีพร้อมกันจากทั้งทิศตะวันออกและตะวันตก
ยังไม่ทราบจำนวนทหารของกองทัพทั้งสองสาย แต่ประเมินคร่าว ๆ แล้ว ทั้งสองสายรวมกันน่าจะมีราวห้าหมื่นถึงหกหมื่นคน
อวิ๋นเจิงคิดจะกลืนกินเป่ยหวนในคราเดียวหรือ?
หรือว่านี่จะเป็นกลอุบายของอวิ๋นเจิงอีกครั้ง?
พ่ายแพ้ให้แก่อวิ๋นเจิงมาหลายครา เจียเหยาจึงสูญสิ้นความมั่นใจไปแล้ว
บัดนี้ ทุกย่างก้าวของอวิ๋นเจิง นางต้องครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยกลัวว่าจะตกหลุมพรางของเขา
นางรู้ดีว่านี่เป็นข้อห้ามใหญ่หลวงของแม่ทัพ แต่ก็ยังควบคุมตนเองมิได้
เป่ยหวนพ่ายแพ้อีกไม่ได้แล้ว!
แต่ในขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นโอกาสเช่นกัน!
ครานี้กองทัพเป่ยฝู่ยกทัพรุกรานครั้งใหญ่ หากสามารถตีทัพศัตรูที่บุกเข้ามาจนเสียหายยับเยินในศึกเดียว เป่ยหวนก็จะมีโอกาสได้พักหายใจ และประคองตนไปจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวในปีนี้
ควรรับมืออย่างไรดี?
เจียเหยาอยากเอาชนะกองทัพเป่ยฝู่ที่ยกมารุกราน อยากให้ฝ่ายตนมีผู้บาดเจ็บล้มตายน้อยลง ทั้งยังอยากส่งทหารออกไปให้น้อยที่สุด
แต่น่าเสียดาย ไม่มีข้อใดทำได้ง่ายเลย
เจียเหยาลูบดวงตาแห้งผากของตนอย่างอ่อนล้า จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากร่ำไห้ขึ้นมา
ศึกเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิ กองทัพของพวกเขาสูญเสียกำลังพลไปไม่น้อย เสบียงก็เสียหายมาก แม่ทัพที่นำทัพก็ล้มตายไปหลายคน
คนที่นางใช้การได้เหลืออยู่ไม่กี่คนแล้ว
ต้นไม้ต้นเดียวยากจะค้ำยันฟ้า
ยามนี้ เจียเหยาเข้าใจความหมายของคำสี่คำนี้อย่างลึกซึ้ง
