สำหรับอวิ๋นเจิง การไม่ต้องเข้าร่วมประชุมขุนนางย่อมเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง
ความรู้สึกที่ได้นอนจนตื่นเองนั้นช่างยอดเยี่ยม
หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ อวิ๋นเจิงก็ตรงไปยังโรงช่างเหล็ก
ยามเที่ยงเขาก็ไม่กลับจวนไปรับประทานอาหาร ให้คนไปซื้อของกินมาบ้าง แล้วกินรองท้องร่วมกับทุกคนในโรงช่างเหล็ก ก่อนจะชี้แนะพวกเขาตีเหล็กต่อ
เมื่อก่อนเขามักดูรายการจากต่างแดนชื่อ “ศึกชิงสุดยอดช่างตีดาบ” ทั้งยังเป็นแฟนตัวยง และเคยใช้เวลานานศึกษาวิธีตีเหล็กดามัสกัส
เพียงแต่แม้จะรู้กรรมวิธี ทว่าการลงมือตีเหล็กดามัสกัสด้วยตนเองก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย
แค่ขั้นตอนการหลอมและตีเชื่อมเข้าด้วยกันก็ยากเอาการแล้ว
พวกเขาตีเหล็กออกมาเป็นแท่ง บิดไปหลายครั้งก็ลงเอยด้วยการแตกร้าวทุกครั้ง
อวิ๋นเจิงจำต้องวิเคราะห์หาสาเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมปรับปรุงกรรมวิธีไปทีละขั้น
ขณะที่พวกเขากำลังง่วนอยู่ในโรงช่างเหล็ก เกาเหอก็ควบม้ามาถึงอย่างเร่งร้อน
เห็นท่าทางร้อนใจของเกาเหอ อวิ๋นเจิงก็รู้ทันทีว่าคงมีเรื่องไม่ดี
“องค์ชาย ฝ่าบาทส่งคนมารับ มีพระบัญชาเร่งด่วนให้องค์ชายเข้าวังพ่ะย่ะค่ะ!”
เกาเหอกระโดดลงจากม้า แล้วกล่าวอย่างร้อนรน
บัดซบ!
มีเรื่องอันใดอีกเล่า?
ยังมีพระบัญชาเร่งด่วนอีกหรือ?
คงไม่ใช่ว่าปันปู้ก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีกกระมัง?
“พวกเจ้าทดลองต่อไป อย่ากลัวว่าจะทำพลาด!”
อวิ๋นเจิงกำชับช่างเหล็กหลายคน ก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับถึงจวน รถม้าที่ฮ่องเต้เหวินส่งมารับก็รออยู่นานแล้ว
อวิ๋นเจิงรู้สึกอึดอัดใจ แต่ก็ทำได้เพียงขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าวัง
“เสด็จพ่อเรียกลูกเข้าพบด้วยเรื่องอันใด?”
