ในกองทัพเป่ยหวน
เจียเหยาใช้เวลาอีกคืนหนึ่งโดยมิได้หลับใหล
นับแต่เสด็จพ่อสิ้นพระชนม์อย่างอนาถ นางก็ไม่รู้ว่าตนผ่านค่ำคืนที่นอนไม่หลับมาแล้วกี่คืน
ใช่ว่านางไม่อยากนอน แต่เป็นเพราะนางหลับไม่ลงจริง ๆ
ภาระหนักอึ้งดุจพันชั่งกดทับลงบนบ่า ความกดดันที่นางแบกรับนั้นยิ่งใหญ่กว่าผู้ใด
แม้เมื่อวานนางจะมองแผนการของกองทัพศัตรูออก แต่นางกลับมิได้ยินดีแม้แต่น้อย
ปู้ตูยังมาไม่ถึงตามกำหนดการ!
เมื่อวานนางมองเจตนาของกองทัพศัตรูออก แล้วอีกฝ่ายก็อาจมองเจตนาของนางออกเช่นกัน!
วันนี้กองทัพศัตรูมีโอกาสสูงที่จะเปิดฉากจู่โจมครั้งใหญ่!
หากศัตรูบุกเข้ามา ทหารสองหมื่นนายนี้คงไม่ต่างจากการส่งเสบียงความชอบในการศึกให้พวกมัน!
ยามนี้นางทำได้เพียงถ่วงรั้งศัตรู พร้อมช่วงชิงเวลาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คนจากสองเผ่าเหมิงหูกับเจินเหอมารวมพลกับพวกนาง
นางส่งคนไปเร่งรัดให้ปู้ตูนำทัพมาสมทบกับพวกนางโดยเร็วแล้ว
หากมีกำลังพลเพิ่มเข้ามาอีกสองหมื่น ขวัญกำลังใจในกองทัพก็น่าจะกระเตื้องขึ้นบ้าง
ยามนี้ ต่อให้ขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็เป็นผลดีต่อพวกนาง
หากขวัญกำลังใจฮึกเหิม แล้วให้สองเผ่าเหมิงหูกับเจินเหอสู้จนกำลังศัตรูร่อยหรอลง พวกนางอาจเอาชนะกองทัพศัตรูนี้ได้ด้วยซ้ำ!
“องค์หญิง หน่วยสอดแนมรายงานว่า กองทัพศัตรูเปิดฉากจู่โจมครั้งใหญ่พ่ะย่ะค่ะ!”
ในเวลานั้นเอง กู่เก๋อเร่งรุดเข้ามารายงาน
“จู่โจมครั้งใหญ่หรือ?”
เจียเหยาผุดลุกขึ้นยืน “มีคนประมาณเท่าใด?”
“ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ!”
กู่เก๋อส่ายหน้า “ดูท่าเหมือนทหารม้าทั้งหมดจะออกจู่โจม จำนวนมากกว่าเมื่อวานหลายเท่า! ทว่าศัตรูขี่ม้าคนละตัว กว่าจะมาถึงที่นี่คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”
