ผิงซานแตก!
เมื่อข่าวผิงซานแตกแพร่มาถึงกว่างหลิง เหล่าแม่ทัพนายกองทั้งใหญ่เล็กในกว่างหลิงต่างลนลานจนทำอะไรไม่ถูก
ผิงซานแตก สำหรับพวกเขาแล้วมิใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย
ที่เหนือความคาดหมายคือ ผิงซานกลับแตกเร็วถึงเพียงนี้
จ้าวเค่อเป็นถึงน้องร่วมตระกูลของจ้าวจี๋เชียวนะ!
เมื่อผิงซานแตก สถานการณ์ของกว่างหลิงก็พลันกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที
กว่างหลิงยังมีกำลังพลเหลือเฟือก็จริง ทว่าอวิ๋นเจิงไม่คิดเสียเวลาอยู่ในกว่างหลิงแม้แต่น้อย!
อวิ๋นเจิงเข้ายึดผิงซานโดยตรง เท่ากับตัดเส้นทางที่จ้าวจี๋จะส่งกำลังไปช่วยกว่างหลิง
ยามนี้ ทางใต้ของกว่างหลิงมีกองทหารม้าชั้นยอดที่อวิ๋นเจิงนำทัพด้วยตนเอง ทางเหนือมีกองทหารฟู่โจวและทหารที่ยอมจำนนจากค่ายใหญ่หลูหลิน ส่วนทางตะวันออกมีกองทัพฟู่โจวที่บุกสังหารมาจากทิศทางจวีผิง
พวกเขาถูกล้อมไว้สามด้านแล้ว!
กองกำลังเสริมของจ้าวจี๋ก็ไปไม่ถึงกว่างหลิงเช่นกัน!
เมื่อเผชิญผลลัพธ์เช่นนี้ เหล่าแม่ทัพนายกองในกว่างหลิงนอกจากฝืนยิ้ม ก็ทำได้เพียงฝืนยิ้มเท่านั้น
บัดนี้พวกเขาจึงรู้ว่าแนวป้องกันของตนเปราะบางเพียงใด
ยังมิทันได้รบสักศึก พวกเขาก็ตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเสียแล้ว
นี่มันการศึกบ้าบออะไรกัน!
สิ่งเดียวที่น่ายินดีอยู่บ้างคือ ในเมืองกว่างหลิงมีเสบียงอาหารเหลือเฟือ
พวกเขาตั้งมั่นรักษาเมืองได้เกินครึ่งปีโดยไม่มีปัญหา
แน่นอนว่า ทำได้เพียงรักษาเมืองเท่านั้น
ยามนี้พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถึงการออกจากเมืองไปสู้รบ
มิใช่เพราะขลาดกลัวศึก หากแต่พวกเขาไม่มีขวัญกำลังใจเหลืออยู่เลย
ยามนี้หากผู้ใดบังอาจเอ่ยว่าจะออกเมืองไปสู้รบ เก้าในสิบส่วนคงคิดนำทหารไปสวามิภักดิ์ต่ออวิ๋นเจิง
